การดูแลหลังศัลยกรรมจมูก

การดูแลหลังศัลยกรรมจมูก

การดูแลหลังศัลยกรรมจมูก

การดูแลหลังศัลยกรรมจมูก

การดูแลหลังศัลยกรรมจมูก  วิธีการดูแลตัวเองหลัง ทำจมูก 12 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณไม่ทำร้ายจมูกของตัวเองที่ผ่านมือหมอมาสดใหม่ และยังช่วยให้จมูกของคุณมีรูปทรงอยู่ยืนนานด้วย !

1. ประคบเย็นทันที หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้เจลแพ็คหรือผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบบนจมูก หน้าผาก และบริเวณรอบๆ หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องประคบต่อ อาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-14 วันแล้วจะค่อยๆยุบลง โดยช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวตาดูโตไม่ต้องกังวล

2. นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับรูปทรงจมูกเพราะอาการบวมยังมีมากอยู่จนไม่อาจ ทราบทรงจมูกที่แท้จริงได้ อาการบวมช้ำจะยาวนานแตกต่างกันไปในแต่ละรายช่วง 4-14 วัน ไม่ต้องวิตกกังวลและไม่ควรส่องกระจกประเมินทรงจมูกในช่วงแรก

3. ห้ามแผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน (กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 7 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก

4 .ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก

5. ทานยาที่แพทย์สั่ง หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้ อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6. ใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆ ให้เฝือกที่ติดจมูกละลายออก วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดจมูกออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆเพื่อให้กาวละลายและลื่น ซึ่งอาจใช้เวลานานพอสมควร

7. หากมีเลือดซึมหรือน้ำเหลืองซึม ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ และแต้มเบตาดีนเบาๆ
ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผล ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ และแต้มเบตาดีนเบาๆ ในบริเวณที่มีน้ำเหลืองซึมออกมา ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย

8. สามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้หลังแผลแห้งแล้วเท่านั้น สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 10-14 หลังวันที่ผ่าตัด

9. ถ้าแฉะให้ แต้มเบาเบาด้วยไม้พันสำลีชุบเบตาดีนครั้งเดียวเท่านั้น
ในกรณีตัดปีกจมูก คนไข้ไม่ต้องตกใจหากแผลมีอาการแฉะ สามารถกดและซับบริเวณที่แฉะ และแต้มเบาเบาด้วยไม้พันสำลีชุบเบตาดีนครั้งเดียวเท่านั้นและปล่อยให้แผล แห้ง ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ไม่ควรใช้เบตาดีนบ่อย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ควรปล่อยให้แผลแห้งตามธรรมชาติ)

10. ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา

11. รับประทานอาหารอ่อนๆในช่วง 3-4 วันแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกและขยับเขยื้อนของจมูก รวมไปถึงอาหารรสเผ็ดที่จะทำให้มีน้ำมูกไหลได้

12. ห้ามคาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่

การศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าคุณรู้จักวิธีดูแล และเอาใจใส่
ที่สำคัญต้องเชื่อฟังแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ เพื่อจมูกสวยปิ๊งจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.mthai.com

เปลือกกล้วยสรรพคุณเพื่อความงาม

เปลือกกล้วยสรรพคุณเพื่อความงาม

เปลือกกล้วยสรรพคุณเพื่อความงาม

เปลือกกล้วยสรรพคุณเพื่อความงาม

เปลือกกล้วยสรรพคุณเพื่อความงาม

ใครจะเชื่อว่ามีผลไม้อีกมากมายที่มีประโยชน์ทางด้านความงามสำหรับผู้หญิงเราที่สาวๆยังไม่รู้ และหนึ่งในนั้นก็คือ กล้วย แต่!! มันเริ่ดกว่าตรงที่ คุณสามารถกินผลกล้วยเข้าไปก่อนเพื่อได้ประโยชน์ในการขับถ่ายจากภายในแล้ว เปลือกกล้วย ต่างหากที่จะกลายเป็นไฮไลท์เด็ดของเราในวันนี้

โดยสูตรเปลือกกล้วยเพื่อความงามนี้ ได้เปิดเผยมากจาก Michelle Phan บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังว่าเธอได้ทดลองมาแล้ว และเห็นได้ชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของมีราคาแพงเสมอไป ลองกลับมาใช้วิธีธรรมชาติก็ดีต่อผิวและสุขภาพของเราอีกด้วยนำมาฝากกันวันนี้มี6วิธีให้ไปลองกันดูเลยจ้า

เปลือกกล้วย ขัดฟันขาว

1. ตัดเปลือกกล้วยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาถูที่ฟันซักครู่แล้วบ้วนน้ำล้างออก ทำเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้งจะทำให้ฟันขาวขึ้น โดยไม่ต้องยาสีฟันเพื่อฟันขาวเลย
2.บำรุงผิวให้ขาวขึ้นได้ ด้วยการนำ เปลือกกล้วย ถูที่ผิวของคุณให้ทั่ว โดยใช้ด้านในของผิวเปลือกกล้วย แล้วล้างตัวด้วยน้ำสะอาด
3.ลดริ้วรอย โดยนำเปลือกกล้วยมาทาเบาๆบริเวณที่คุณต้องการ แล้วทิ้งไว้ 30 นาทีค่อยล้างออก

4.รักษาสิว ใครจะรู้ว่า เปลือกกล้วย ธรรมดาๆเนี่ยสามารถช่วยทำให้สิวยุบไวได้ ด้วยการนำเปลือกมาถูบริเวณที่สิวอักเสบ ทิ้งไว้ซักครู่แล้วล้างออก ในเปลือกกล้วยนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่สามารถช่วยลดสิวอักเสบได้ด้วยล่ะ
5.เปลือกกล้วยยังสามารถเป็นครีมบำรุงผิวชั้นดี ที่ช่วยให้ผิวคุณนุ่มชุ่มชื้นได้อีกด้วย ลองนำมาทาผิวคุณดูสิ่

6.ช่วยลดถุงใต้ตาสาวๆได้เช่นเดียวกันกับแตงกวา ด้วยวิธีการนำเปลือกกล้วยวางปิดไว้บริเวณดวงตา ก็จะช่วยให้ริ้วรอยความเหนื่อยล้าจากถุงใต้ตา ดูสดใสขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.mthai.com

ปากแดงด้วยวิธีธรรมชาติ

ปากแดงด้วยวิธีธรรมชาติ

ปากแดงด้วยวิธีธรรมชาติ การทำให้ริมฝีปากแดงอย่างเป็นธรรมชาติสามารถทำได้โดยการแต้มสีแบบต่างๆ แต่ก่อนอื่นจะต้องบำรุงเตรียมฝีปากให้พร้อมก่อน

ปากแดงด้วยวิธีธรรมชาติ

ปากแดงด้วยวิธีธรรมชาติ

 

น จากนั้นใช้น้ำผลไม้ บีทรูท และของสิ่งอื่นๆ ที่ให้สีแดงสดแบบที่คุณต้องการมาแต้มหรือถูลงบนริมฝีปาก ปิดท้ายด้วยการทำให้ริมฝีปากของคุณชุ่มชื่น รวมถึงปกป้องริมฝีปากจากสภาพแวดล้อม เพื่อให้ริมฝีปากของคุณออกมาเป็นอย่างที่คุณต้องการ

บำรุงเตรียมริมฝีปากให้พร้อม

1
ใช้สครับสำหรับริมฝีปากที่มาจากธรรมชาติ. ขั้นตอนแรกของการมีริมฝีปากแดงนั้นจะต้องขจัดริมฝีปากที่แห้งลอกซึ่งเป็นสิ่งที่ปกปิดสีปากแดงธรรมชาติของคุณ ขัดริมฝีปากที่แห้งลอกออกเพื่อเผยริมฝีปากแดงจากภายในและเป็นการบำรุงเตรียมริมฝีปากก่อนแต้มสี นี่เป็นวิธีในการทำและการใช้สครับ:[1]
ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาและน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
ใช้ส่วนผสมดังกล่าวมาสครับริมฝีปากของคุณ โดยถูสครับวนเป็นวงกลม
ล้างสครับออกด้วยน้ำอุ่น
ทำซ้ำถ้าจำเป็น

2
ลองใช้แปรงสีฟัน. บางครั้งการสครับริมฝีปากอาจจะไม่เพียงพอที่จะขจัดริมฝีปากที่แห้งลอกได้ ลองใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่มเพื่อช่วยขัดออก เลือกแปรงสีฟันที่สะอาด และให้แปรงสีฟันเปียกหมาดๆ ด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำมาขัดวนที่ริมฝีปากและล้างออก ริมฝีปากของคุณจะดูสดใส อวบอิ่ม และมีชีวิตชีวา

3
ใช้ลิปพลัมเปอร์ (Lip-plumper) แบบธรรมชาติ. การเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณริมฝีปากจะทำให้ริมฝีปากของคุณดูอวบอิ่มและดูแดงขึ้น คุณสามารถทำให้ริมฝีปากของคุณดูอวบอิ่มขึ้นนิดหน่อยได้โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่าง ซินนามอน และวัตถุดิบที่มีความเผ็ดร้อนที่หาได้ในบ้านของคุณ แค่นำมันมาถูที่ริมฝีปากเล็กน้อยและรอไม่กี่นาที จากนั้นให้ล้างออก คุณสามารถใช้วัตถุดิบใดก็ได้ดังต่อไปนี้เพื่อใช้เป็นลิปพลัมเปอร์ของคุณ:
พริกคาเยนป่น (Cayenne Pepper) 1/4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 2-3 หยด
ซินนามอน 1/4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 2-3 หยด
น้ำมันสะระแหน่ 5 หยด หรือสารสกัดจากสะระแหน่
ใช้ขิงสด 1 ชิ้นถูที่ริมฝีปาก

4
ทำให้ริมฝีปากชุ่มชื่นด้วยเซรั่มโฮมเมด. ตอนนี้คุณได้ขัดริมฝีปากแห้งลอกออกและทำให้มันดูอวบอิ่มขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่จะทำให้ริมฝีปากอ่อนนุ่ม ซึ่งจะเป็นการช่วยให้สีติดทนนานขึ้นและป้องกันไม่ให้มันแห้งลอก ใช้วัตถุดิบใดก็ได้ดังต่อไปนี้เพื่อเป็นเซรั่มสำหรับริมฝีปาก แค่ถูมันที่ริมฝีปากของคุณ และรอ 2-3 นาทีเพื่อให้มันถูกซึมซับเข้าไป:
น้ำมันมะพร้าว 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันอัลมอนด์ 1/2 ช้อนโต๊ะ
ส่วน
2
เพิ่มสีแดงสดที่ริมฝีปาก

1
ใช้น้ำผลไม้ถูที่ริมฝีปาก. เลือกผลไม้ชนิดใดก็ได้ที่มีสีแดงสด ใช้มีดบากผลไม้ และนำผลไม้มาถูที่ริมฝีปากเพื่อเป็นการเคลือบริมฝีปากของคุณให้มีสีแดง หลังจากน้ำผลไม้ที่นำมาถูครั้งแรกแห้งแล้ว คุณสามารถถูมันเพิ่มเป็นหลายๆ ชั้นได้เพื่อให้ริมฝีปากดูแดงสดยิ่งขึ้น ทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพอใจ จากนั้นทาลิปบาล์มเพื่อเป็นการเคลือบริมฝีปากประมาณ 2-3 ชั่วโมง นี่เป็นผลไม้จำนวนหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้:
เชอร์รี่
สตรอว์เบอร์รี่
ราสเบอร์รี
แครนเบอร์รี่
เมล็ดทับทิม

2
ใช้ไอศกรีมหวานเย็นสีแดง. เด็กเล็กๆ ทานไอศกรีมหวานเย็นที่มีสีแดง ฟ้า เขียว และส้ม โดยไม่กังวลว่าลิ้นของพวกเขาจะออกมาเป็นอย่างไรเมื่อทานเสร็จ แต่ตอนนี้เมื่อคุณโตขึ้นแล้ว คุณคงอยากจะเลือกสีแดง ให้ลองหาไอศกรีมหวานเย็นรสเชอร์รี่หรือเบอร์รี่ ถูมันที่ริมฝีปากของคุณเพื่อเป็นการเคลือบสี คุณสามารถถูเพิ่มหลายๆ ชั้นได้จนกระทั่งริมฝีปากของคุณเป็นสีแดงที่ต้องการ จากนั้นทาลิปกลอสใสๆ เคลือบไว้
สำหรับวิธีการใช้ไอศกรีมหวานเย็นที่ละเอียดแม่นยำยิ่งขึ้น ให้ละลายหวานเย็นลงในถ้วย จุ่มคอตตอนบัดลงไปและทาที่ริมฝีปาก ขอให้แน่ใจว่าคุณได้ทามันให้อยู่ในเส้นขอบปาก
ถ้าคุณไม่อยากให้ฟันและลิ้นของคุณเป็นสีแดง ให้หลีกเลี่ยงการทานหวานเย็น

3
ใช้ผงน้ำผลไม้ที่เป็นสีๆ (Kool-Aid powder). วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงยุค 50 และยังคงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่จะทำให้ริมฝีปากดูแดงเป็นธรรมชาติ ให้ใช้ผงน้ำผลไม้ที่เป็นเชอร์รี่หรือผงน้ำผลไม้อื่นๆ ที่มีสีแดง เทมันลงไปในถ้วยและคนให้เข้ากันกับน้ำเปล่าเพื่อให้มันข้นและสามารถนำไปทาได้ ทาที่ริมฝีปากของคุณและทิ้งไว้ให้เซ็ทตัวประมาณ 3 นาที จากนั้นให้ล้างออก
เพื่อให้สีดูสดยิ่งขึ้น ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกว่าจะพอใจ
ถ้าจะสร้างสีแบบอื่นๆ ลองผสมผงสีแดงเข้ากับผงสีส้มหรือสีม่วง

4
ลองใช้ผงบีทรูท. ผงบีทรูททำมาจากบีทรูทที่แห้งแล้ว ซึ่งจะให้สีแดงเข้มที่สวยงามมาก ผสมผงบีทรูทเข้ากับน้ำเปล่าจำนวนพอประมาณเพื่อให้มันข้นขึ้น ทาลงไปที่ริมฝีปากและทิ้งให้เซ็ทตัวประมาณ 3 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำจนกว่าริมฝีปากของคุณจะแดงแบบที่คุณต้องการ

5
ใช้สีผสมอาหาร. สีผสมอาหารนั้นค่อนข้างเข้มข้นและมีสีแดงสด ดังนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีถ้าคุณอยากได้ริมฝีปากที่แดงชัดเจน ตักสีผสมอาหารออกมาใส่ที่จานเล็กๆ ใช้คอตตอนบัดทามันบนริมฝีปากของคุณด้วยความระมัดระวัง โดยให้มันอยู่ภายในเส้นขอบปากของคุณ สีผสมอาหารเปื้อนง่ายมาก ดังนั้น อย่าให้มันมาเปื้อนที่ผิวหนังส่วนอื่นของคุณ
ดูแลริมฝีปากของคุณให้มีสุขภาพดี

1
ปกป้องริมฝีปากจากแสงแดด. ริมฝีปากของคุณมีแนวโน้มที่จะดำคล้ำจากแสงแดด ซึ่งก็เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของผิวหนัง ปกป้องริมฝีปากด้วยการทาลิปกลอสที่มีค่า SPF 15 หรือที่มีค่าสูงกว่านี้ วิธีนี้จะทำให้ริมฝีปากของคุณไม่ถูกแดดเผาหรือดำคล้ำขึ้นเมื่อคุณออกไปนอกบ้าน

2
บำรุงริมฝีปากไม่ให้แห้งลอก. ริมฝีปากที่แห้งลอกจะค่อนข้างดูซีดและไร้ชีวิตชีวา ถ้าคุณอยากมีริมฝีปากแดง ให้ทำตามขั้นตอนที่ป้องกันไม่ให้มันแห้งลอก ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น ใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ และลิปบาล์มสำหรับบำรุง เพื่อทำให้ริมฝีปากชุ่มชื่นตลอดทั้งวัน
3
ให้ระวังยิ่งขึ้นในช่วงหน้าหนาว. ลมแห้งๆ ในถดูหนาวสามารถทำให้ริมฝีปากแห้งแตกเร็วยิ่งขึ้นกว่าปกติ ดังนั้นคุณควรที่จะพกลิปบาล์มไว้เสมอในทุกที่ที่คุณไปเพื่อดูแลริมฝีปากให้มีสุขภาพดี คุณอาจจะต้องนอนในที่ที่ติดตั้งเครื่องทำความชื้นเพื่อให้อากาศในบ้านไม่แห้งจนเกินไป ผิวของคุณจะต้องรู้สึกขอบใจคุณแน่ๆ
4
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่. การสูบบุหรี่จะทำให้ริมฝีปากของคุณซีดและเหี่ยวย่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับริมฝีปากแดงๆ ที่คุณต้องการ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และยาสูบอื่นๆ
5
เสร็จเรียบร้อย.
เคล็ดลับ
ผสมผงน้ำผลไม้เข้ากับลิปบาล์มที่ไม่มีสี และเก็บส่วนผสมลงไปในภาชนะ เพื่อที่คุณจะได้นำมันมาทาเมื่อไรก็ตามที่ริมฝีปากของคุณต้องการการบำรุง…

สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

อยากให้ผิวดูขาวกระจ่างใสและมีความเนียนนุ่ม ไม่ใช่เรื่องยาก นี่เลย สูตรขัดผิวกายให้ขาว ที่จะช่วยเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำของคุณให้ดูขาวใสขึ้นภายในพริบตา ซึ่งก็มีสูตรและวิธีการทำที่เราขอแนะนำดังนี้

มะนาวมีกรด AHA ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย พร้อมเผยผิวใหม่ที่มีความขาวกระจ่างใสมากกว่า และยังช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนกว่าเดิมอีกด้วย โดยสูตรนี้ให้นำมะนาวมาผ่าครึ่งแล้วบีบน้ำใส่ถ้วยให้หมด จากนั้นนำเปลือกมะนาวมาชุบน้ำมะนาวแล้วขัดเบาๆ ให้ทั่วผิว ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผิวก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องหลีกเลี่ยงในจุดที่ผิวบอบบาง เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้นั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

1.ธาตุเหล็ก กินให้แก้มแดง
ธาตุเหล็กหาไม่ยาก ในตับ ไข่ เนื้อแดงมีเพียบ สารอาหารตัวนี้มีส่วนสำคัญนการสร้างเม็ดเลือดแดง ยิ่งกินมากเม็ดเลือดยิ่งแข็งแรง แก้มแดงเปล่งปลั่ง เลือดสูบฉีดดี รับรองคุณจะสวยได้โดยไม่ต้องเปลืองบลัชออน แต่คนที่ขาดธาตุเหล็กจะออกแนวตรงกันข้าม คือจะหน้าซีด ปากดำ ไม่ค่อยมีแรง ทำอะไรหน่อยก็บ่นเหนื่อยจนหนุ่มๆ ส่ายหน่านอกจากไม่สวยแล้ว ยังไม่อึดอีกด้วย ไม่ไหว..ไม่ไหว!!

2. ชีวิตดีๆ ต้องมีสีเขียว

ในผักใบเขียวทุกชนิดจะมีโฟเลตซึ่งช่วยให้กระดูกแข็งแรง จะออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่ต้องกลัวกระดูกจะหัก นอกจากนี้คนที่กระดูกแข็งแรงมักบุคลิกดี เดินหลังตรงไหล่ตั้ง ดูน่าค้นหามากกว่าสาวที่เดินหลังค่อม เหมือนๆ จะแก่แต่ก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง ฉะนั้นสาวๆ จึงควรทานผักใบเขียวให้มากๆ โดยเฉพาะบร็อคโคลี่ ผักกาดหอมสีเขียวเข้มๆ และผักคะน้า

3. หุ่นสวยด้วยวิตามิน B2

นี่คือวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทีนี้หุ่นดีๆ ก็ลอยมาเห็นๆ ถ้าอยากได้วิตามิน B2 สาวๆ ก็ต้องมองหานมขาดมันเนย นมโลว์แฟต โยเกิร์ตแบบไร้ไขมัน ขนมปัง

4. เปลี่ยนวิธีกินเสียใหม่

วิธีกินแบบเดิมๆ ที่ให้กิน 3 มื้อต่อวันมันเอาท์ไปนานแล้ว สาวเดิร์นสมัยนี้ต้องกินวันละ 5 มื้อค่ะ โดยให้แต่ละมื้อห่างกัน 3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานตลอดวัน และอาหารในแต่ละมื้อควรจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ ไม่ใช่สวาปามพิซซ่าวันละ 5 มื้ออย่างนี้ไม่อ้วนก็แปลกไปแล้ว

5. ถั่วเหลืองไม่ใช่แฟน แต่ทำแทนได้

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่สาวๆ ทุกชีวิตไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือที่รวมของสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการมากๆ เช่น โปรตีน ไฟเบอร์ โฟเลต ที่สำคัญในถั่วเหลืองมีสารที่ชื่อ Phytoestrogens ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนไขมันที่ดีให้กับร่างกายและสลายโคเลสเตอรอลออกไป ทีนี้ก็ลากันทีกับหุ่นอ้วนผละ พุงปลิ้น หรือไขมันส่วนเกิน เย้!!

6. ไขมันต่ำ คุณค่าอาหารก็ต่ำ

เวลาซื้อของ สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะพุ่งไปที่อาหารที่เขียนว่า ไขมันต่ำ ก่อนเลย เพราะคิดว่ากินเท่าไรก็ไม่อ้วน แต่นี่คือความเข้าใจที่ผิดมากๆ เพราะอาหารไขมันต่ำก็ยังคงมีไขมันอยู่ดีแต่ที่มีน้อยกว่าอาหารทั่วๆ ไป ก็คือสารอาหารต่างๆ ถ้าคุณทานแต่อาหารไขมันต่ำเป็นประจำ จะทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรง หน้ามืดง่าย นั่นเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั่นเอง ทางที่ดีคุณควรจะทานอาหารปกติ แต่ทานน้อยๆ จะดีกับสุขภาพมากกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

“วาสลีน” หรือว่า “ปิโตรเลียมเจลลี่” (Petroleum Jelly) น่าจะเป็นสิ่งที่ใครๆ คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เจ้าปิโตรเลียม เจลลี่ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1859 ที่รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการค้นพบวัตถุดิบ ในการทำเจลลี่ชนิดนี้ที่เรียกว่า rod wax จากแท่นขุดเจาะน้ำมัน และภายหลังต่อมา นักเคมีหนุ่ม “โรเบิร์ต เชสเซบรูค” (Robert Chesebrough) ได้ค้นพบวิธีการสกัดวัตถุดิบดังกล่าว ให้มีสีที่อ่อนลง และสามารถกำจัดสารตกค้างที่มีอยู่สำเร็จ และได้จดสิทธิบัตรวิธีการดังกล่าวไว้ จากนั้นก็ตระเวณนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาไปทั่ว ภายใต้ยี่ห้อ “วาสลีน”(Vaseline)

สำหรับวันนี้ Lady108 ก็เลยจะมาเปิดเผยประโยชน์ของ “วาสลีน”(Vaseline) กับความงามของสาวๆ ที่รู้ไว้ไม่เสียหาย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันมาฝากกันด้วย จะมีอะไรบ้าง ต้องรีบไปดูเลย

1. ถอดขนตาปลอม
เดี๋ยวนี้สาวๆ หลายคนนิยมติดขนตาปลอม เพื่อเพิ่มความเด่นให้ดวงตา แน่นอนว่ามันทำให้เราดูสวยขึ้นจริงๆ แต่ตอนถอดออกนี่สิ อาจจะรู้สึกเจ็บแสบที่เปลือกตา เพราะกาวเหนียวๆ ที่ยึดขนตาปลอมเอาไว้มันยังมีฤทธิ์ติดทนอยู่ ลองใช้วาสลีน แตะคอตตอนบัด ทาตรงบริเวณที่ติดขนตาปลอม ทิ้งเอาไว้ซักครู่แล้วค่อยๆ ลอกออก

2. ช่วยในการใส่ต่างหู
นี่เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ค่อยได้ใส่ต่างหูซักเท่าไหร่ หรือว่าเจาะหูทิ้งเอาไว้เยอะ จนลืมใส่บางรูไป เมื่อไม่ใส่นานๆ เข้าอาจจะเกิดอาการตัน ถ้าไปพยายามใส่ลงไปโดยไม่มีตัวช่วย อาจทำให้เลือดออกในที่สุด ลองใช้วาสลีนทาที่ต่างหูนั้นก่อนใส่ดู จะทำให้ใส่ได้ง่ายขึ้น

3. ไฮไลท์โหนกแก้ม
เดี๋ยวนี้เทรนด์การแต่งหน้าให้ผิวดูมันวาว กำลังอินอยู่เลย ใครว่าต้องไปซื้อเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวมันวาว ให้เปลืองเงิน แค่ใช้วาสลีนทาช่วงโหนกแก้มหน่อยก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นได้เหมือนกัน ไม่เปลือง แถมยังดูดีอีกต่างหาก

4. รักษาส้นเท้าแตก
ในช่วงหน้าร้อน ที่สาวๆ ชอบใส่รองเท้าส้นเตี้ย หรือรองเท้าแตะกันบ่อยๆ สามารถทำให้สุขภาพผิวที่ส้นเท้า แห้งและแตกได้ง่ายๆ คนที่อยากดูดี หัวจรดเท้า ไม่ควรละเลยการดูแลผิวเท้า ด้วยการทาวาสลีนบำรุงเท้าตอนกลางคืนก่อนนอน รับรองว่าเท้าเนียนนุ่มได้ชัวร์

5. ปัดขนตา เพื่อให้ดูยาวงอนงามแบบธรรมชาติ
คนที่ไม่อยากปัดมาสคาร่า สามารถเลือกใช้วาสลีนปริมาณนิดเดียว เพื่อเพิ่มความเงางามให้กับขนตาได้ เพราะความเงาของวาสลีน สามารถช่วยให้ขนตาดูหนาขึ้น และยาวมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีคนบอกว่าใช้วาสลีนทาขนตาแล้วทำให้ขนตายาวเร็วขึ้นด้วย

6. ป้องกันไม่ให้จมูกเป็นแผล
สำหรับคนที่เป็นหวัด เป็นภูมิแพ้ หรือเข้าหน้าหนาว และต้องทิชชู่สั่งน้ำมูกเป็นประจำ ทำให้บริเวณจมูกเกิดอาการระคายเคือง ให้ใช้วาสลีนเป็นตัวช่วย ในการปกป้องการเสียดสีของทิชชู่กับผิวหนังบนจมูกได้ ทั้งนี้เพิ่มเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งแตกเป็นขุย และเกิดอาการระคายเคือง

7. ใช้แต่งคิ้วให้ได้รูป
คนที่มีปัญหาคิ้วหนา คิ้วยุ่งพันกันอยากให้ลองใช้วาสลีนเป็นตัวช่วยดู ในกรณีที่เป็นคนคิ้วยาว มีหลายครั้งที่หน้าตาดูไม่สวยเพอร์เฟค เพราะคิ้วไม่เป็นระเบียบ ลองใช้วาสลีนทำหน้าที่เหมือนน้ำมันใส่ผม ให้คิ้วชี้ไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากที่กันคิ้วให้สวยได้รูปแล้ว ให้ใช้หวีแต่งคิ้วร่วมด้วยก็ได้

8. เพิ่มความชุ่มชิ้นให้กับใบหน้า
เพราะวาสลีน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดสิว เพราะฉะนั้นสาวๆ จึงวางใจได้ว่าทาแล้ว หน้าจะไม่เป็นรอยแดงจากสิว เหมาะกับการใช้พกระหว่างวัน จะเอาไว้ทาปาก ทาเฉพาะจุด ตรงไหนของร่างกายก็ได้หมด ถือเป็นสิ่งที่ผูหญิงทุกคนควรมีติดตัว

9. ป้องกันผิวหน้าเมื่อต้องไดร์ผม
บางคนอาจยังไม่รู้ ว่าเวลาไดร์ผมแต่ละครั้งผิวหน้าของเราต้องเผชิญอันตรายจากความร้อนของไดร์เป่าผม มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในส่วนไรผม ทั้งหน้าผากและข้างๆ แก้มทั้งสองด้าน ลองทาวาสลีนเคลือบบางๆ ที่ผิวก่อนไดร์ผม มันจะช่วยปกป้องผิวจากความร้อน ไม่ให้แห้งและระคายเคืองได้

10. ปกป้องผิวจากแสงแดด
ในกรณีที่ลืมพกครีมกันแดดติดตัว ให้ใช้วาสลีนทาผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวไหม้ แห้ง แตก เป็นรอยแดงเพราะถูกแดดเผา เพราะเจ้าตัววาสลีนนี้ จะช่วยล็อคความชื้นให้อยู่ในผิว ไม่ให้ระเหยออกไปเมื่อถูกแสงแดด

11. ใช้ทำสครับปาก แบบ DIY
คนที่ไม่ชอบซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพง อาจชื่นชอบวิธีการ DIY ทำผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมาใช้เองอย่างง่ายๆ และวาสลีนก็เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ในการทำผลิตภัณฑ์สครับปากที่เยี่ยมยอดซะด้วย นำวาสลีนมาผสมกับน้ำตาลให้เข้ากัน ก็สามารถสร้างลิปสครับเพื่อปากที่เนียนสวย ไม่แห้งแตกได้แล้ว

12. ทำให้เรียวขาดูเงางาม
เคยสังเกตรึเปล่าว่าเหล่านางแบบในเวทีแฟชั่นโชว์ รวมไปถึงนักร้องสาว ที่ใส่กระโปรง กางเกงสั้นบนเวที ทำไมถึงได้มีเรียวขาที่เซ็กซี่เกินบรรยาย เคล็ดลับของพวกเธอ ก็คือการเพิ่มความเงางามที่เรียวขานี่เอง! ทำแบบนี้แล้วเรียวขาจะดูเพรียวแล้วก็เซ็กซี่ขึ้นมาก เมื่อต้องแสงไฟ

13. ป้องกันผิวแตกลาย
ผิวแตกลายส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดกับคนที่มีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นคนท้องที่เพิ่งคลอดลูกเสร็จ หรือว่าคนที่ลดน้ำหนักได้ทีเดียวหลายกิโล แก้ปัญหาการเกิดผิวแตกลายนี้ด้วยวาสลีน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น

14. ทำให้หนังนิ่มลงเมื่อไปทำเล็บ
คนที่ชอบเข้าร้านทำเล็บก็น่าจะรู้ว่าขั้นตอนการตัดหนัง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว บางร้านอาจมีผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้ผิวหนังรอบๆ เล็บนิ่มลง แต่บางร้านก็ใช้วาสลีนเป็นตัวช่วยแทน

15. ทำให้ผมตรง ไม่ชี้ฟู
สำหรับคนที่อยากให้ผมตัวเองเหยียดตรงเป็นทรงสวยงาม ไม่ชี้ไปมาระหว่างวัน ลอใช้วาสลีนจำนวนเพียงเล็กน้อยถูกที่ฝามือ และลูบลงกับผม จะช่วยจัดระเบียบเส้นผม ไม่ให้แตกแถวได้ แต่ต้องระวังอย่าใช้มากจนเกินไป และเผลอไปถูตรงส่วนโคนผม เพราะเราจะดูเป็นคนผมมัน ไม่ได้สระผมหลายวันไปโดยปริยาย

ขอบคุณแหล่งที่มา  http://www.lady108.com

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

กฎการพนันออนไลน์ – คุณต้องรู้อะไรบ้าง

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง มันจะง่ายที่จะสมมติว่าการพนันออนไลน์เป็นแนวคิดง่าย ๆ แต่ก่อนที่คุณจะลองคุณควรทราบกฎการพนันออนไลน์บางอย่าง โชคดีที่มีกฎไม่มากเกินไปสำหรับการพนันที่คาสิโนออนไลน์ แต่มีสองข้อที่มีความสำคัญมาก เล่นบาคาร่าให้ได้เงินทุกวัน

หนึ่งในกฎการพนันออนไลน์ จุดอ่อนบาคาร่า ที่สำคัญที่สุดคือผู้เล่นทุกคนต้องมีอายุ 18 ปีก่อนจึงจะสามารถเล่นได้ที่คาสิโนออนไลน์ กล่าวง่ายๆถ้าคุณยังอายุ 18 ปีคุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่น
หากคุณต้องการเดิมพันด้วยเงินที่คาสิโนบนอินเทอร์เน็ตคุณจะต้องเปิดบัญชีเงินออนไลน์และฝาก สูตรเล่นบาคาร่าให้ใช้ฟรี เป็นวิทยาทาน เงินสดไว้ หากคุณไม่สามารถทำเช่นนี้คุณจะสามารถเข้าถึงเกมฟรีเท่านั้น วิธีการฝากเงินจะแตกต่างกันไปตามคาสิโนออนไลน์ที่แตกต่างกันดังนั้นควรตรวจสอบกฎกติกาก่อนเล่นในกรณีที่คุณไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ วิธีเล่นบาคาร่า sbobet
กฎหมายการพนันออนไลน์ของสหรัฐอเมริกามีความคลุมเครือมากซึ่งหมายความว่าคาสิโนบางแห่งไม่อนุญาตให้ผู้เล่นสหรัฐฯเข้าร่วมในเกมของพวกเขา ตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขก่อนที่คุณจะเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินหากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
กฎการพนันออนไลน์ที่ควบคุมโบนัสผู้เล่นใหม่จะแตกต่างกันไปตามคาสิโนออนไลน์ดังนั้นให้ตรวจสอบการพิมพ์เล็ก ๆ ก่อนที่คุณจะเล่น วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย
โปรดจำไว้เสมอว่ากฎการพนันออนไลน์นั้นส่วนหนึ่งมีไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณตราบใดที่คุณปฏิบัติตามกฎเหล่านั้นคุณยังคงสามารถเล่นการพนันออนไลน์ได้อย่างสนุกสนาน

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง มาเล่นที่ i99win Online Casino วันนี้เพื่อสนุกกับเกมการพนันมากมาย เป็นอุตสาหกรรมบันเทิงที่เฟื่องฟูช่วยให้ผู้คนสามารถเล่นการพนันออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

เมื่อพูดถึงการล้างพิษในร่างกายนั้น อาหารจัดได้ว่าเป็นยาที่ดีที่สุด คุณจะแปลกใจว่าในอาหารโปรดหลายชนิดนั้นช่วยล้างพิษในร่างกายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ลำไส้ ไต หรือผิวพรรณ ทั้งยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสารพิษได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังปกป้องสารพิษจากมลภาวะรอบตัว การเสพติดอาหาร ควันบุหรี่มือสอง รวมไปถึงสารพิษชนิดอื่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารผลไม้อร่อยๆ ผักสด ถั่ว และน้ำมันชนิดต่างๆ ดังนี้

1. แอปเปิ้ล
เพราะในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดที่สามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายได้ ช่วยกำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางลำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก

2. อะโวคาโด
เรามักจะคิดแค่ว่าอะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความจริงแล้วอะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน ช่วยต้านทานสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆ ได้

3. บีทรูท (ผักกาดแดง)
ในหัวบีทรูทนั้นมีสารประกอบตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม

4. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบำบัดที่ทรงพลังอีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้นมีแอสไพรินตามธรรมชาติที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมองได้ด้วย

5. กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีมีสาระต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมากช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้

6. ขึ้นฉ่าย
ทั้งขึ้นฉ่ายและเมล็ดขึ้นฉ่ายต่างก็ช่วยดีท๊อกซ์เลือดได้อย่างดีเยี่ยม มีสารต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด ช่วยล้างพิษเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นมีสารต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบในควันบุหรี่ออกไปได้

7. แครนเบอร์รี่
ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะในแครนเบอร์รี่นั้นมีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้านไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก

8. เมล็ดลินิน
อุดมไปด้วยกรดไขมันสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งเมล็ดลินินและน้ำมันเมล็ดลินินต่างก็สำคัญต่อการทำความสะอาดระบบต่างๆ ตลอดทั้งร่างกายได้

9. กระเทียม
ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในลำไส้และไวรัสต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเลือดและลำไส้ กระเทียมช่วยล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้านมะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยล้างพิษจากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการขับสารพิษออกจากปอดและไซนัส เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)
เกรปฟรุต
ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากเส้นใยเพคตินที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงช่วยทำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับโลหะหนักและนำพาออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีสารที่ช่วยต้านไวรัสจึงขจัดไวรัสที่ทำอันตรายออกไปได้ เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ล้างพิษที่ยอดเยี่ยมสำหรับลำไส้และตับเลยทีเดียว

11. ผักคะน้า
ผักคะน้านึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างสารพิษออกไปจากร่างกายได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดทางเดินอาหาร คล้ายๆ กับกระหล่ำปลีนั่นเอง คะน้ายังทำให้สารที่พบในควันบุหรี่มีความเป็นกลาง และยังช่วยล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12. พืชตระกูลถั่ว
เพิ่มถั่วที่ปรุงสุกแล้วลงไปในอาหารมื้อต่อไปของคุณ มันเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด พืชตระกูลถั่วยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วยนะ

13. เลมอน
เลมอน
เลมอน
จัดเป็นสารล้างพิษตับชั้นเยี่ยม ในเลมอนประกอบไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อนำไปผลิตสารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน กลูต้าไธโอนช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีอันตรายต่างๆ บีบน้ำเลมอนสักลูกผสมกับน้ำสะอาดแล้วดื่มทุกวันเป็นประจำช่วยล้างพิษในร่างกายได้

14. สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่มักจะถูกละเลยในโลกตะวันตก จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัย McGill ในมอนทรีออล พบว่าสาหร่ายทะเลช่วยดักจับสารกัมมันตรังสีในร่างกายได้ อีกทั้งยังดักจับโลหะหนักแล้วขจัดออกไปจากร่างกาย นอกเหนือจากนี้ในสาหร่ายทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมากด้วย

15. ผักวอเตอร์เครส (สลัดน้ำ)
ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วยการนำไปทำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนี้เพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวันจะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่าระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.health-th.com

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง สูตรนี้มีสรรพคุณหลายด้านทั้งเรื่องลดการเกิดสิว ลดความมัน ลดสิวอักเสบ รอยหมองคล้ำ เพราะในมะขามเปียกมีสาร AHA วิตามินซี ที่ช่วยปรับสมดุลผิวหน้าเช่นกัน อีกทั้งในน้ำผึ้งยังเป็นสารที่ลดการก่อตัวของเชื้อโรคจึงลดการเกิดสิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งหรืออักเสบ

วิธีทำ ให้นำเนื้อมะขามเปียกพอประมาณผสมน้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันพอหนืดนำมาพอกหน้า 5-10 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวที่ตาย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าใส แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวหน้ามีแผล หรือมีสิวอักเสบ เพราะจะแสบผิวมาก

สูตรพอกหน้าลดความมันทุกสูตรทั้งมะนาว มะเขือเทศ มะขามต่างมี AHA (Alpha Hydroxy Acids) และ BHA (Beta Hydroxy acid) ซึ่งเป็นกรดผลไม้อย่างอ่อนที่ช่วยลดความมันบนผิวหน้า

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.pikool.com

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

สูตรพอกหน้าใสเร่งด่วน ด้วยสูตรการพอกหน้าใกล้ตัวจากธรรมชาติ การพอกหน้าหรือมาส์กหน้าเป็นหนึ่งในวิธีบำรุงดูแลผิวหน้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชื่นชอบและมักจะทำกันเป็นประจำ เนื่องจากใช้เพียงแค่วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในบ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคอร์สความงามนอกบ้านอีกด้วย สิ่งที่สำคัญก็คือสูตรพอกหน้าเหล่านี้มีความปลอดภัยสูง เพราะมาจากธรรมชาติแท้ๆ

สูตรพอกหน้า ด้วยมะนาว มะขามเปียก และน้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้า สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก จึงทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้เนื้อมะขามเปียกปริมาณ 1 กำมือที่แยกเอาเส้นใยและเม็ดออก ผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.patcharapa.com