กินน้ำมันดาวอินคาป้องกันโรคหลอดเลือด

กินน้ำมันดาวอินคาป้องกันโรคหลอดเลือด

กินน้ำมันดาวอินคาป้องกันโรคหลอดเลือด

กินน้ำมันดาวอินคาป้องกันโรคหลอดเลือด

กินน้ำมันดาวอินคาป้องกันโรคหลอดเลือด

ข้อมูล ทั้งประโยชน์ สารอาหาร วิธีกิน จนถึงงานวิจัยเรื่องความปลอดภัยมานำเสนอแบบจัดเต็ม ดาวอินคา มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศเปรู ชาวเปรูใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้มาแล้ว กว่า 3,000 ปี

ดาวอินคามีรูปร่างคล้ายดาว มี 4 – 7 แฉก ผลอ่อนมีสีเขียว และสีจะเข้มขึ้นตามอายุ ผลแก่มีสีน้ำตาลดำมีเมล็ดรูปไข่อยู่ภายใน ต้องนำเมล็ดไปคั่วให้สุกก่อนกิน โดยทั่วไปจะทิ้งให้ผลแห้งคาต้นก่อนเก็บเกี่ยว และนำมาตากแดดต่ออีกประมาณ 1 วันก่อนจำหน่าย

ดาวอินคา…ทุกส่วนล้วนมีประโยชน์

ทุกส่วนของต้นดาวอินคาล้วนมีประโยชน์ ข้อมูลจากวารสารเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ยอดของต้นดาวอินคามีรสชาติอร่อย อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า – 3 โอเมก้า – 6 โอเมก้า – 9 วิตามินเอ และวิตามินอี นิยมปรุงเป็นอาหารจานผัด

ใบ

จากต้นดาวอินคาที่ไม่แก่มาก นำมาหั่นแล้วผึ่งแดด 1 – 2 แดด หลังจากนั้นนำไปต้มดื่มเป็นน้ำชา หรือสกัดน้ำจากใบเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือด นอกจากนั้นยังใช้ใบประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น แกงจืด แกงเลียง ห่อเมี่ยงคำ

เมล็ด

นิยมสกัดเป็นน้ำมัน ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า – 3 โอเมก้า – 6 โอเมก้า – 9 วิตามินเอ และวิตามินอี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น ปรุงอาหาร ทำน้ำสลัด เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง อาหารเสริม ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่ โลชั่น ครีมบำรุงผิว เช็กสารอาหารในน้ำมันดาวอินคา

น้ำมันดาวอินคา

มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวโดยเฉพาะโอเมก้า – 3 สูง ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น โดยกรดไขมันชนิดโอเมก้า – 3 นี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ น้ำมันดาวอินคา มีกรดไขมันโอเมก้า – 3 สูง จึงนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่กินอาหารมังสวิรัสและผู้ที่ไม่กินปลาทะเล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พร้อมลักษณ์ สมบูรณ์ปัญญากุล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้ในวารสาร สารหัวใจ ว่า

น้ำมันดาวอินคาไม่ได้มีเพียงกรดไขมันโอเมก้า – 3 ปริมาณสูงเท่านั้น แต่ยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งยังมีสารแคโรทีน (Carotene) และสารพอลิฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

นอกจากนี้ยังมีสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย

วิธีกินให้อร่อยและได้ประโยชน์
แนะนำให้กินส่วนของเมล็ดที่เรียกกันว่าถั่วดาวอินคา โดยกินเมล็ดที่คั่วสุกแล้วเป็นมื้อว่างร่วมกับถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ เช่น อัลมอนด์ วอลนัท หรือใส่ในสลัด ส้มตำ ยำ หรืออาหารจานผักก็อร่อย โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้กินถั่วเปลือกแข็งวันละ 1 กำมือ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

หนังสือ Powerful Plant-Based Superfoods : The Best Way to Eat for Maximum Health เสริมว่า ถั่วดาวอินคา 1 กำมือ (28 กรัม) นอกจากมีไขมัน โปรตีน และสารอาหารต่างๆ สูง ยังมีใยอาหารมากถึง 5 กรัม ซึ่งคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใน 1 วัน

ดาวอินคา, เมล็ดดาวอินคา, น้ำมันดาวอินคา, ประโยชน์ของดาวอินคา, ป้องกันโรคหลอดเลือด
กินถั่วดาวอินคา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
นอกจากนี้น้ำมันดาวอินคายังมีกลิ่นหอมคล้ายถั่วและรสชาติดี แต่อาจมีข้อติอยู่บ้างตรงที่มีจุดเกิดควันต่ำ จึงไม่เหมาะสำหรับทอดหรือผัดด้วยไฟแรง หากฝืนใช้อาจเกิดสารก่อมะเร็งที่ทำลายสุขภาพ

ฉะนั้นน้ำมันดาวอินคาจึงเหมาะสำหรับผัดไฟอ่อนหรือปรุงอาหารโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น ผสมในน้ำสลัด โดยแนะนำให้ผสมน้ำมันดาวอินคากับน้ำมะนาวในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 พร้อมเกลือและพริกไทย

เล็กน้อย ปรุงเป็นน้ำสลัด กินร่วมกับผักสดหลากชนิด

กินน้ำมันดาวอินคาแค่ไหนจึงปลอดภัยงานวิจัยคอนเฟิร์ม
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration) ให้ข้อมูลผลการศึกษาความเป็นพิษของน้ำมันดาวอินคาในหนูทดลอง พบว่า การให้หนูทดลองกินน้ำมันดาวอินคาปริมาณ 0.45 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกันนาน 6 เดือน ไม่พบความเป็นพิษต่อร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในคน ซึ่งพบว่า การใช้น้ำมันดาวอินคาปรุงอาหารติดต่อกันนาน 4 เดือน ไม่พบความเป็นพิษต่อร่างกาย โดยการศึกษาจาก Food and chemical toxicology : an international journal published for the British Industrial Biological Research Association ทดลองให้อาสาสมัครใช้น้ำมันดาวอินคาปรุงอาหารวันละ 10 – 15 มิลลิลิตร นาน 4 เดือน จากนั้นตรวจการทำงานของตับและไต

ดาวอินคา, น้ำมันดาวอินคา,
ปรุงอาหารด้วยน้ำมันดาวอินคา ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือด และลดความดันโลหิต
เปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง ผลปรากฏว่า น้ำมันดาวอินคาไม่มีผลเสียต่อการทำงานของตับและไตแต่กลับพบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น เช่น ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือด (total cholesterol) ลดระดับคอเลสเตอรอลร้ายชนิดแอลดีแอล (LDL-cholesterol) ช่วยลดความดันโลหิต แถมมีผลเพิ่มคอเลสเตอรอลดีชนิดเอชดีแอล (HDL-cholesterol) ซึ่งทำหน้าที่พาคอเลสเตอรอลร้ายไปกำจัดที่ตับอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม น้ำมันดาวอินคาก็คือน้ำมันชนิดหนึ่ง ซึ่ง 1 ช้อนชาให้พลังงานสูงถึง 45 กิโลแคลอรี หากกินมากเกินไปโดยไม่ควบคุมปริมาณอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีแนะนำให้ใช้น้ำมันดาวอินคาปรุงอาหารทดแทนน้ำมันชนิดอื่นในบางมื้อแทนการกินเป็นอาหารเสริม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *