กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

1.ธาตุเหล็ก กินให้แก้มแดง
ธาตุเหล็กหาไม่ยาก ในตับ ไข่ เนื้อแดงมีเพียบ สารอาหารตัวนี้มีส่วนสำคัญนการสร้างเม็ดเลือดแดง ยิ่งกินมากเม็ดเลือดยิ่งแข็งแรง แก้มแดงเปล่งปลั่ง เลือดสูบฉีดดี รับรองคุณจะสวยได้โดยไม่ต้องเปลืองบลัชออน แต่คนที่ขาดธาตุเหล็กจะออกแนวตรงกันข้าม คือจะหน้าซีด ปากดำ ไม่ค่อยมีแรง ทำอะไรหน่อยก็บ่นเหนื่อยจนหนุ่มๆ ส่ายหน่านอกจากไม่สวยแล้ว ยังไม่อึดอีกด้วย ไม่ไหว..ไม่ไหว!!

2. ชีวิตดีๆ ต้องมีสีเขียว

ในผักใบเขียวทุกชนิดจะมีโฟเลตซึ่งช่วยให้กระดูกแข็งแรง จะออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่ต้องกลัวกระดูกจะหัก นอกจากนี้คนที่กระดูกแข็งแรงมักบุคลิกดี เดินหลังตรงไหล่ตั้ง ดูน่าค้นหามากกว่าสาวที่เดินหลังค่อม เหมือนๆ จะแก่แต่ก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง ฉะนั้นสาวๆ จึงควรทานผักใบเขียวให้มากๆ โดยเฉพาะบร็อคโคลี่ ผักกาดหอมสีเขียวเข้มๆ และผักคะน้า

3. หุ่นสวยด้วยวิตามิน B2

นี่คือวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทีนี้หุ่นดีๆ ก็ลอยมาเห็นๆ ถ้าอยากได้วิตามิน B2 สาวๆ ก็ต้องมองหานมขาดมันเนย นมโลว์แฟต โยเกิร์ตแบบไร้ไขมัน ขนมปัง

4. เปลี่ยนวิธีกินเสียใหม่

วิธีกินแบบเดิมๆ ที่ให้กิน 3 มื้อต่อวันมันเอาท์ไปนานแล้ว สาวเดิร์นสมัยนี้ต้องกินวันละ 5 มื้อค่ะ โดยให้แต่ละมื้อห่างกัน 3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานตลอดวัน และอาหารในแต่ละมื้อควรจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ ไม่ใช่สวาปามพิซซ่าวันละ 5 มื้ออย่างนี้ไม่อ้วนก็แปลกไปแล้ว

5. ถั่วเหลืองไม่ใช่แฟน แต่ทำแทนได้

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่สาวๆ ทุกชีวิตไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือที่รวมของสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการมากๆ เช่น โปรตีน ไฟเบอร์ โฟเลต ที่สำคัญในถั่วเหลืองมีสารที่ชื่อ Phytoestrogens ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนไขมันที่ดีให้กับร่างกายและสลายโคเลสเตอรอลออกไป ทีนี้ก็ลากันทีกับหุ่นอ้วนผละ พุงปลิ้น หรือไขมันส่วนเกิน เย้!!

6. ไขมันต่ำ คุณค่าอาหารก็ต่ำ

เวลาซื้อของ สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะพุ่งไปที่อาหารที่เขียนว่า ไขมันต่ำ ก่อนเลย เพราะคิดว่ากินเท่าไรก็ไม่อ้วน แต่นี่คือความเข้าใจที่ผิดมากๆ เพราะอาหารไขมันต่ำก็ยังคงมีไขมันอยู่ดีแต่ที่มีน้อยกว่าอาหารทั่วๆ ไป ก็คือสารอาหารต่างๆ ถ้าคุณทานแต่อาหารไขมันต่ำเป็นประจำ จะทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรง หน้ามืดง่าย นั่นเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั่นเอง ทางที่ดีคุณควรจะทานอาหารปกติ แต่ทานน้อยๆ จะดีกับสุขภาพมากกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *