กาแฟดำของคนรักสุขภาพ

กาแฟดำของคนรักสุขภาพ

กาแฟดำของคนรักสุขภาพ

กาแฟดำของคนรักสุขภาพ

กาแฟดำของคนรักสุขภาพ ประโยชน์ของกาแฟดำที่คนรักสุขภาพต้องรู้ !

เมื่อพูดถึงกาแฟ หลายคนคงจะนึกถึงกาแฟหวานมันกลมกล่อม อย่างคาปูชิโน่ เอสเปรสโซ่ หรือกาแฟสำเร็จรูปที่แค่ฉีกซองชงในน้ำร้อนก็ได้รสชาติที่หวานอร่อยทันที โดยลืมไปว่ายังมีกาแฟอีกชนิดหนึ่งที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน นั่นก็คือ กาแฟดำนั่นเอง เพราะรสชาติที่เข้มข้นเกินไป จึงทำให้หลายคนมองข้าม แต่รู้ไหมว่ากาแฟดำที่มีรสชาติขมมากจนต้องเติมน้ำตาลหลายๆ ช้อนนั้น มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก ฮั่นแน่!! เริ่มสงสัยกันแล้วสิว่ากาแฟดำมีประโยชน์อย่างไรบ้าง งั้นเรามาดูกันเลย

1. ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซี

ไวรัสตับอักเสบซี เป็นโรคที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก แต่จากการวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟดำเป็นประจำทุกวัน จะสามารถบรรเทาและป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซีได้ โดยจะต้องดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 3 ถ้วยต่อวัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูที่สุขภาพด้านอื่นๆ ของตัวคุณเองด้วย เพราะบางคนอาจมีโรคประจำตัวที่ถูกห้ามไม่ให้ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มคาเฟอีนนั่นเอง

2. ช่วยลดความอ้วน

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการดื่มกาแฟ เป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม เพราะกาแฟดำมีส่วนช่วยในการละลายไขมันได้ดี และสามารถให้พลังงานทดแทนได้ ซึ่งการดื่มกาแฟเป็นประจำหลังมื้ออาหาร ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากกาแฟจะเข้าไปทำให้ไขมันที่ทานเข้าไปแตกตัวและสลายไปอย่างง่ายดายโดยไม่จับเป็นก้อนนั่นเอง แต่จะต้องเป็นกาแฟดำที่ปราศจากน้ำตาลเท่านั้นนะคะ

3. ป้องกันโรคหอบ

ฟังดูเหมือนจะไม่น่าเชื่อใช่ไหมเอ่ย ว่ากาแฟสามารถป้องกันอาการหอบหืดได้ นั่นก็เพราะโรคหอบเกิดจากการที่ประสาทสำรองถูกกระตุ้น จึงแสดงอาการหอบออกมา แต่เมื่อดื่มกาแฟดำเป็นประจำ ฤทธิ์ของกาแฟดำจะเข้าไปช่วยระงับความตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง และไม่ทำให้เกิดอาการหอบนั่นเอง

4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ใครว่าดื่มกาแฟแล้วใจสั่น นอนไม่หลับ แถมเสี่ยงโรคหัวใจเป็นอย่างมาก ไม่จริงเลย เพราะกาแฟดำเมื่อดื่มบ่อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ดี เนื่องจากในกาแฟดำมีวิตามินบีรวมชนิดหนึ่ง ชื่อว่านิโคติน ซึ่งจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว จึงไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ แถมลดความเสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูงอีกด้วย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ไม่ควรดื่มกาแฟเด็ดขาดค่ะ

5. ป้องกันโรคมะเร็ง

มะเร็งร้าย ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มกาแฟดำ เพราะในกาแฟดำมีกรดอะซิติก ที่จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อร้าย และทำลายเซลล์ผิดปกติ ที่อาจกลายเป็นมะเร็งในวันหน้า เมื่อดื่มบ่อยๆ จึงหมดห่วงเรื่องมะเร็งร้ายมาเยือนไปได้เลย แต่กาแฟดำจะใช้สำหรับป้องกันโรคมะเร็งในขั้นต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งได้

6. บรรเทาอาการปวดศีรษะ

มักจะมีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ การดื่มกาแฟดำก็ช่วยได้ดีเช่นกัน เพราะคาเฟอีนมีส่วนช่วยในการขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และระงับอาการปวดศีรษะได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะเนื่องจากอาการเมาค้างจากการดื่มสุราและของมึนเมาอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะอาจเกิดผลเสียได้เช่นกัน

7. ช่วยชะลอวัย

สำหรับคนที่ไม่อยากแก่เร็ว แค่ดื่มกาแฟดำบ่อยๆ ก็จะช่วยชะลอวัยได้ เพราะกาแฟดำจะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการสะสมของออกซิเจนที่มีมากเกินไปจนอาจทำให้แก่เร็ว พร้อมทำให้ผิวพรรณเต่งตึง กระชับ ป้องกันการเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นของผิวได้อย่างดีเยี่ยม แบบที่คุณเองก็แทบไม่ต้องซื้อครีมราคาแพงมาใช้เลยล่ะ

ได้รู้ประโยชน์ของกาแฟดำแบบนี้แล้ว ใครที่เคยคิดว่ากาแฟดำไม่มีประโยชน์ แถมรสชาติก็เข้มข้นจนรู้สึกฝืดคอ ควรคิดใหม่โดยด่วน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่ากาแฟ ก็มีข้อเสียเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับ ปัสสาวะบ่อย ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ เกิดการอักเสบในกระเพาะอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นจึงควรดื่มกาแฟอย่างพอเหมาะ และเติมน้ำตาลหรือคอฟฟี่เมตให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันเบาหวานนั่นเอง i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.coffeefavour.com…

ประโยชน์ขั้นเทพของกระเจี๊ยบเขียวที่คุณอาจไม่รู้

ประโยชน์ขั้นเทพของกระเจี๊ยบเขียวที่คุณอาจไม่รู้

ประโยชน์ขั้นเทพของกระเจี๊ยบเขียวที่คุณอาจไม่รู้

ประโยชน์ขั้นเทพของกระเจี๊ยบเขียวที่คุณอาจไม่รู้

ประโยชน์ขั้นเทพของกระเจี๊ยบเขียวที่คุณอาจไม่รู้

ถ้าจะบอกว่าชาวญี่ปุ่นนิยมทานกระเจี๊ยบเขียวมาก ทุกคนจะเชื่อหรือเปล่าคะ? ทานสดๆ นำไปประกอบอาหารต่างๆ สารพัดเมนูอีกต่างหาก ขนาดไปเวียดนาม ที่นั่นยังเสิร์ฟกระเจี๊ยบเขียวให้มาย่างทานกันสดๆ อีกด้วย ไม่ใช่แค่รสชาติที่ดี แต่เป็นเพราะสรรพคุณเจ๋งๆ ของกระเจี๊ยบเขียวนี่แหละ ที่ทำให้ใครต่อใครก็หามาทานกันมากมาย จะมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง มาดูกันค่ะ

ประโยชน์ขั้นเทพของ “กระเจี๊ยบเขียว”
1. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก

2. ลดอาการท้องผูก เพราะมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น และยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย

3. ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

4. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะอาหาร เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ และลำอักเสบได้

5. ใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่แล้ว การทานกระเจี๊ยบเขียวพร้อมเมือกเหนียวๆ ใสๆ จะช่วยเข้าไปเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

6. ฝักกระเจี๊ยบต้มเกลืออ่อนๆ สามารถแก้อาการกรดไหลย้อนได้

7. มีโฟเลตสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นจึงเหมาะกับหญิงมีครรภ์

วิธีรับประทานกระเจี๊ยบเขียว
สามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทานสดๆ ได้เลย หรือจะนำไปประกอบอาหารกับเมนูอื่นๆ นำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ หรือจะทานผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาว หรือไอศกรีมก็ได้ค่ะ

ขอบคุฯแหล่งที่มา https://www.sanook.com

วิธีทำชาโหระพาสะระแหน่

วิธีทำชาโหระพาสะระแหน่

วิธีทำชาโหระพาสะระแหน่

วิธีทำชาโหระพาสะระแหน่

วิธีทำชาโหระพาสะระแหน่  เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ความผ่อนคลาย ทำเองได้ง่ายๆ

ชาโหระพาสะระแหน่ (basil mint tea with Lemonade)
สรรพคุณของ ชาโหระพาสะระแหน่
โหระพา : ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และสำไส้ ลดอาการจุกเสียด ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ลมหายใจมีกลิ่นหอมสดชื่น
สะระแหน่ : เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกาย บรรเทาอาการเครียด แก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ

ส่วนผสมของ ชาโหระพาสะระแหน่ (basil mint tea with Lemonade)
ยอดโหระพา 30 กรัม
ยอดสะระแหน่ 2 ยอด
ผิวเลมอนหั่นเส้นเล็ก 3 ชิ้น
น้ำร้อน 2 ถ้วย

ขั้นตอนการทำ ชาโหระพาสะระแหน่ (basil mint tea with Lemonade)
1. ใส่ยอดโหระพา ยอดสะระแหน่ และผิวเลมอน ลงในป้านชา
2. ตามด้วยน้ำร้อน แช่ไว้ประมาณ 3-5 นาที จนมีกลิ่นหอม และสีน้ำชาเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน
3. กรองใบชาใส่ในป้านชาสำหรับเสิร์ฟ
4. รินใส่ถ้วยน้ำชา เสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://netdeticaret.com

ลาบเห็ดเมืองเมนูสุขภาพ

ลาบเห็ดเมืองเมนูสุขภาพ

ลาบเห็ดเมืองเมนูสุขภาพ

ลาบเห็ดเมืองเมนูสุขภาพ

ลาบเห็ดเมืองเมนูสุขภาพ

ลาบเห็ดเมืองกับผักพื้นบ้าน เดิมเมนูนี้ทำจากเนื้อปลาช่อน แต่ปรับมาใช้เห็ดนางฟ้า ปรุงแทนตามแบบฉบับร้านคุณเชิญอาหารมังสวิรัติ ทั้งอร่อยและได้สุขภาพไม่แพ้กันเคล้ากับผักพื้นบ้านกลิ่นหอมอย่างผักไผ่ (ผักแพว) สะระแหน่ต้นหอม เคียงด้วยผักคาวตอง (พลูคาว) ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ต้านไวรัสได้ดี กลายเป็นเมนูที่ลำจ๊าดนักเจ้
ลาบเห็ดเมืองกับผักพื้นบ้าน

ผักแพว นิยมกินเป็นผักแกล้มอาหารรสจัดทุกชนิด ถือเป็นผักชนิดสำคัญของอาหารอีสาน อาหารเหนือและอาหารเวียดนาม ผักแพวมีรสชาติเฉพาะตัว มีกลิ่นหอม มีรสร้อนแรง นิยมนำไปคลุกเป็นเครื่องปรุงสด อาหารประเภทลาบ ก้อย นอกจากนี้ยังใส่แกงประเภทปลารสจัดเพื่อตัดกลิ่นคาวปลา นำมาใส่ปรุงรสอาหารประเภทหอยขม ทางภาคเหนือนิยมนำมาใส่ต้มยำ โดยเฉพาะลาบ นอกจากนั้น ผักแพวเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติทางยาสมุนไพร มีรสเผ็ดร้อน จึงมีสรรพคุณในการขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีฟอสฟอรัสสูง มีวิตามินเอสูงมาก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและวิตามินซีอีกด้วย
คาวทอง หรือพลูคาว ใช้รับประทานเป็นยาระบาย ขับพยาธิ แก้ไข้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ออกหัด
สรรพคุณของ เห็ด ยังสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด ช่วยโรคกระเพาะได้ ช่วยดับร้อนใน แก้ช้ำใน บำรุงร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ลดความดัน ขับปัสสาวะ ช่วยให้หายหงุดหงิด บำรุงเซลล์ประสาท รักษาอาการอัลไซเมอร์ และที่สำคัญ คือ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
ลาบเห็ดเมืองกับผักพื้นบ้าน
ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) เตรียม 30 นาที ปรุง 10 นาที

เห็ดนางฟ้า ล้างสะอาดบีบน้ำออกให้หมดแล้วสับหยาบ 400 กรัม
ยอดผักไผ่ (ผักแพว) เด็ดเป็นช่อ ½ ถ้วย
ยอดสะระแหน่เด็ดเป็นช่อ ½ ถ้วย
ต้นหอมหั่นท่อน 3 ต้น
ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปผัก ¼ ถ้วย
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมเจียว พริกแห้งทอด สำหรับโรยหน้า
พลูคาวและผักสดอื่นๆ ตามชอบ
ส่วนผสมน้ำพริกลาบ

หอมเล็กเผาแกะเปลือก 1 หัว
กระเทียมเผาแกะเปลือก 10 กลีบ
ผงเครื่องเทศสำหรับทำลาบคั่ว 1 ช้อนชา
พริกป่น ½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ

1. โขลกส่วนผสมน้ำพริกลาบรวมกันให้ละเอียด
2. ผัดพริกแกงกับน้ำมันในกระทะจนหอม ใส่เห็ดนางฟ้าลงผัด เติมน้ำซุป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและข้าวคั่ว ผัดต่อจนส่วนผสมเริ่มแห้ง ปิดไฟ ใส่ผักไผ่ สะระแหน่ และต้นหอม เคล้าให้เข้ากัน
3. ตักใส่จาน โรยด้วยกระเทียมเจียวและพริกแห้งทอด เคียงด้วยผักสด

หมายเหตุ : ผงเครื่องเทศสำหรับทำลาบคั่วเป็นเครื่องเทศเฉพาะของทางภาคเหนือ โดยมีมะแข่นเป็นส่วนผสมหลัก เมื่อนำไปปรุงหรือผ่านความร้อนจะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องปรุงอาหารเหนือตามตลาดสดทั่วไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

 สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

 

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

วัยรุ่นอังกฤษได้คิดไอเดียสุดเจ๋ง ถุงยางอนามัยที่สามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อสัมผัสกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งสัญญาณเตือนภัยคู่รักให้รู้ตัวก่อนแพร่เชื้อกามโรค

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้ประมาณการว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกือบ 20 ล้านคน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าคู่นอนเป็นโรคติดต่อมาก่อนแล้ว โดยเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษ 3 คน นามว่า Daanyaal Ali อายุ 14 ปี, Muaz Nawaz อายุ13 ปี และ Chirag Shah อายุ 14 ปี มีความคิดที่ต้องการลดความเสี่ยงและหวังให้ตัวเลขของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหลือน้อยลง จึงช่วยกันคิดค้นถุงยางอัจฉริยะขึ้น

แนวคิดถุงยางอัจฉริยะนี้มีชื่อเรียกว่า S.T.EYE นวัตกรรมใหม่สำหรับตรวจจับ STI หรือ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ และสามารถตรวจสอบกามโรคต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องทำตามขั้นตอนที่น่ากลัว

ในทางทฤษฎี ถุงยางอนามัย S.T.EYE จะผสมโมเลกุลลงไปในตัวยาง ซึ่งจะเรืองแสงเมื่อสัมผัสกับเชื้อโรคที่แตกต่างกัน โดยถุงยางจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสำหรับโรคหนองในเทียม, สีเหลืองสำหรับโรคเริม, สีม่วงสำหรับคนที่เชื้อ HPV และสีน้ำเงินสำหรับโรคซิฟิลิส

เป็นไปตามคาดไอเดียถุงยางอนามัยสุดเจ๋งนี้ได้รับ รางวัลประเภทสุขภาพ จาก TeenTech Awards เวทีโชว์ศักยภาพและคว้าโอกาสสำหรับเด็กอายุ 11 – 16 ปี ของประเทศอังกฤษ คว้าเงินรางวัลไป 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 48,000 บาท แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่ เช่น ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าโรคดังกล่าวเป็นของฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง และหากเป็นพร้อมกันหลายโรคถุงยางจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจจากบริษัทผลิตถุงยางรายใหญ่หลาย ๆ เจ้า และมีการติดต่อขอนำไอเดียไปพัฒนาต่อยอดแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://men.kapook.com

สุขภาพดีด้วยการกินผลไม้ 5 ทัพพีทุกวัน

สุขภาพดีด้วยการกินผลไม้ 5 ทัพพีทุกวัน

ประโยชน์ของการกินผัก ผลไม้ 5 ทัพพี ทุกวัน

หลายคนคงอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ต้องกินผักผลไม้ทุกวัน” หรือ “ไม่อยากท้องผูกต้องกินผัก ผลไม้ให้ได้ 5 ทัพพี” เป็นคำพูดที่ฟังดูคุ้นชิน แต่ใครจะรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของลักษณะนิสัยการกินข้างต้น

สุขภาพดีด้วยการกินผลไม้ 5 ทัพพีทุกวัน

ประโยชน์ของการกินผัก ผลไม้ 5 ทัพพี ทุกวัน

1. ลดอัตราเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
การกินผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมทุกวันเป็นผลดี จากการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้าสรุปได้ว่า การกินผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน ทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง (อายุยืนยาวขึ้น) และอัตราการป่วยด้วยโรคหัวใจลดลง แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การกินของมัน อีกด้วย

2. เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน จากการวิจัยพบว่า ผัก ผลไม้ จะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

3. ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง จากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่า ผู้หญิงที่กินผักผลไม้ 5.1 ส่วนต่อวัน จะสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองได้ถึงร้อยละ 31 และร้อยละ 11 ตามลำดับ

4. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด
4.1 มะเร็งต่อมลูกหมาก การกินผัก ผลไม้ ที่มีเส้นใยสูง จะลดอัตราเสี่ยง 65 ปี จำนวน 1,230 คน พบว่า การกินผักมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (ไม่พบในผลไม้) โดยเฉพาะผักที่มีเส้นใยสูง
4.2 มะเร็งของระบบทางเดินอาหาร จากงานวิจัยระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการกินผักผลไม้กับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง สรุปว่า การกินผักผลไม้จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร สามารถลดความเสี่ยงได้สูงถึงร้อยละ 20-30 และลดมะเร็งโดยรวมได้ประมาณร้อยละ 5-12
4.3 มะเร็งปอด การกินผักผลไม้จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดลดลงได้

5. ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วน รวมทั้งการป้องกันและขจัดภาวะขาดสารอาหาร จากรายงานขององค์การอนามัยโลก เรื่องโภชนาการและสารอาหาร กับการป้องกันโรคเรื้อรัง ได้มีข้อเสนอแนะให้กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 5 ทัพพีต่อวัน เพื่อป้องกันโรคเรื้อรังดังกล่าว

6. ประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น ชะลอการเกิดโรคต้อกระจก ลดอาการโรคหืด ช่วยระบบขับถ่าย ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ความคุมน้ำหนักตัวไม่ให้สูงเกินไป

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้…เชื่อว่าคงมีผู้อ่านหลายคนเตรียมตัวออกไปหาซื้อผักผลไม้สดๆ กันแล้ว สุขภาพดีด้วยการกินผลไม้ 5 ทัพพีทุกวัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com