กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

กินยังไงให้สวยวิ๊ง

1.ธาตุเหล็ก กินให้แก้มแดง
ธาตุเหล็กหาไม่ยาก ในตับ ไข่ เนื้อแดงมีเพียบ สารอาหารตัวนี้มีส่วนสำคัญนการสร้างเม็ดเลือดแดง ยิ่งกินมากเม็ดเลือดยิ่งแข็งแรง แก้มแดงเปล่งปลั่ง เลือดสูบฉีดดี รับรองคุณจะสวยได้โดยไม่ต้องเปลืองบลัชออน แต่คนที่ขาดธาตุเหล็กจะออกแนวตรงกันข้าม คือจะหน้าซีด ปากดำ ไม่ค่อยมีแรง ทำอะไรหน่อยก็บ่นเหนื่อยจนหนุ่มๆ ส่ายหน่านอกจากไม่สวยแล้ว ยังไม่อึดอีกด้วย ไม่ไหว..ไม่ไหว!!

2. ชีวิตดีๆ ต้องมีสีเขียว

ในผักใบเขียวทุกชนิดจะมีโฟเลตซึ่งช่วยให้กระดูกแข็งแรง จะออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่ต้องกลัวกระดูกจะหัก นอกจากนี้คนที่กระดูกแข็งแรงมักบุคลิกดี เดินหลังตรงไหล่ตั้ง ดูน่าค้นหามากกว่าสาวที่เดินหลังค่อม เหมือนๆ จะแก่แต่ก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง ฉะนั้นสาวๆ จึงควรทานผักใบเขียวให้มากๆ โดยเฉพาะบร็อคโคลี่ ผักกาดหอมสีเขียวเข้มๆ และผักคะน้า

3. หุ่นสวยด้วยวิตามิน B2

นี่คือวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทีนี้หุ่นดีๆ ก็ลอยมาเห็นๆ ถ้าอยากได้วิตามิน B2 สาวๆ ก็ต้องมองหานมขาดมันเนย นมโลว์แฟต โยเกิร์ตแบบไร้ไขมัน ขนมปัง

4. เปลี่ยนวิธีกินเสียใหม่

วิธีกินแบบเดิมๆ ที่ให้กิน 3 มื้อต่อวันมันเอาท์ไปนานแล้ว สาวเดิร์นสมัยนี้ต้องกินวันละ 5 มื้อค่ะ โดยให้แต่ละมื้อห่างกัน 3 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานตลอดวัน และอาหารในแต่ละมื้อควรจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ ไม่ใช่สวาปามพิซซ่าวันละ 5 มื้ออย่างนี้ไม่อ้วนก็แปลกไปแล้ว

5. ถั่วเหลืองไม่ใช่แฟน แต่ทำแทนได้

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่สาวๆ ทุกชีวิตไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือที่รวมของสารอาหารที่ผู้หญิงต้องการมากๆ เช่น โปรตีน ไฟเบอร์ โฟเลต ที่สำคัญในถั่วเหลืองมีสารที่ชื่อ Phytoestrogens ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนไขมันที่ดีให้กับร่างกายและสลายโคเลสเตอรอลออกไป ทีนี้ก็ลากันทีกับหุ่นอ้วนผละ พุงปลิ้น หรือไขมันส่วนเกิน เย้!!

6. ไขมันต่ำ คุณค่าอาหารก็ต่ำ

เวลาซื้อของ สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะพุ่งไปที่อาหารที่เขียนว่า ไขมันต่ำ ก่อนเลย เพราะคิดว่ากินเท่าไรก็ไม่อ้วน แต่นี่คือความเข้าใจที่ผิดมากๆ เพราะอาหารไขมันต่ำก็ยังคงมีไขมันอยู่ดีแต่ที่มีน้อยกว่าอาหารทั่วๆ ไป ก็คือสารอาหารต่างๆ ถ้าคุณทานแต่อาหารไขมันต่ำเป็นประจำ จะทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรง หน้ามืดง่าย นั่นเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั่นเอง ทางที่ดีคุณควรจะทานอาหารปกติ แต่ทานน้อยๆ จะดีกับสุขภาพมากกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

ประโยชน์ของวาสลีนที่สาวๆต้องรู้

“วาสลีน” หรือว่า “ปิโตรเลียมเจลลี่” (Petroleum Jelly) น่าจะเป็นสิ่งที่ใครๆ คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เจ้าปิโตรเลียม เจลลี่ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1859 ที่รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการค้นพบวัตถุดิบ ในการทำเจลลี่ชนิดนี้ที่เรียกว่า rod wax จากแท่นขุดเจาะน้ำมัน และภายหลังต่อมา นักเคมีหนุ่ม “โรเบิร์ต เชสเซบรูค” (Robert Chesebrough) ได้ค้นพบวิธีการสกัดวัตถุดิบดังกล่าว ให้มีสีที่อ่อนลง และสามารถกำจัดสารตกค้างที่มีอยู่สำเร็จ และได้จดสิทธิบัตรวิธีการดังกล่าวไว้ จากนั้นก็ตระเวณนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาไปทั่ว ภายใต้ยี่ห้อ “วาสลีน”(Vaseline)

สำหรับวันนี้ Lady108 ก็เลยจะมาเปิดเผยประโยชน์ของ “วาสลีน”(Vaseline) กับความงามของสาวๆ ที่รู้ไว้ไม่เสียหาย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันมาฝากกันด้วย จะมีอะไรบ้าง ต้องรีบไปดูเลย

1. ถอดขนตาปลอม
เดี๋ยวนี้สาวๆ หลายคนนิยมติดขนตาปลอม เพื่อเพิ่มความเด่นให้ดวงตา แน่นอนว่ามันทำให้เราดูสวยขึ้นจริงๆ แต่ตอนถอดออกนี่สิ อาจจะรู้สึกเจ็บแสบที่เปลือกตา เพราะกาวเหนียวๆ ที่ยึดขนตาปลอมเอาไว้มันยังมีฤทธิ์ติดทนอยู่ ลองใช้วาสลีน แตะคอตตอนบัด ทาตรงบริเวณที่ติดขนตาปลอม ทิ้งเอาไว้ซักครู่แล้วค่อยๆ ลอกออก

2. ช่วยในการใส่ต่างหู
นี่เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ค่อยได้ใส่ต่างหูซักเท่าไหร่ หรือว่าเจาะหูทิ้งเอาไว้เยอะ จนลืมใส่บางรูไป เมื่อไม่ใส่นานๆ เข้าอาจจะเกิดอาการตัน ถ้าไปพยายามใส่ลงไปโดยไม่มีตัวช่วย อาจทำให้เลือดออกในที่สุด ลองใช้วาสลีนทาที่ต่างหูนั้นก่อนใส่ดู จะทำให้ใส่ได้ง่ายขึ้น

3. ไฮไลท์โหนกแก้ม
เดี๋ยวนี้เทรนด์การแต่งหน้าให้ผิวดูมันวาว กำลังอินอยู่เลย ใครว่าต้องไปซื้อเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวมันวาว ให้เปลืองเงิน แค่ใช้วาสลีนทาช่วงโหนกแก้มหน่อยก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นได้เหมือนกัน ไม่เปลือง แถมยังดูดีอีกต่างหาก

4. รักษาส้นเท้าแตก
ในช่วงหน้าร้อน ที่สาวๆ ชอบใส่รองเท้าส้นเตี้ย หรือรองเท้าแตะกันบ่อยๆ สามารถทำให้สุขภาพผิวที่ส้นเท้า แห้งและแตกได้ง่ายๆ คนที่อยากดูดี หัวจรดเท้า ไม่ควรละเลยการดูแลผิวเท้า ด้วยการทาวาสลีนบำรุงเท้าตอนกลางคืนก่อนนอน รับรองว่าเท้าเนียนนุ่มได้ชัวร์

5. ปัดขนตา เพื่อให้ดูยาวงอนงามแบบธรรมชาติ
คนที่ไม่อยากปัดมาสคาร่า สามารถเลือกใช้วาสลีนปริมาณนิดเดียว เพื่อเพิ่มความเงางามให้กับขนตาได้ เพราะความเงาของวาสลีน สามารถช่วยให้ขนตาดูหนาขึ้น และยาวมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีคนบอกว่าใช้วาสลีนทาขนตาแล้วทำให้ขนตายาวเร็วขึ้นด้วย

6. ป้องกันไม่ให้จมูกเป็นแผล
สำหรับคนที่เป็นหวัด เป็นภูมิแพ้ หรือเข้าหน้าหนาว และต้องทิชชู่สั่งน้ำมูกเป็นประจำ ทำให้บริเวณจมูกเกิดอาการระคายเคือง ให้ใช้วาสลีนเป็นตัวช่วย ในการปกป้องการเสียดสีของทิชชู่กับผิวหนังบนจมูกได้ ทั้งนี้เพิ่มเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งแตกเป็นขุย และเกิดอาการระคายเคือง

7. ใช้แต่งคิ้วให้ได้รูป
คนที่มีปัญหาคิ้วหนา คิ้วยุ่งพันกันอยากให้ลองใช้วาสลีนเป็นตัวช่วยดู ในกรณีที่เป็นคนคิ้วยาว มีหลายครั้งที่หน้าตาดูไม่สวยเพอร์เฟค เพราะคิ้วไม่เป็นระเบียบ ลองใช้วาสลีนทำหน้าที่เหมือนน้ำมันใส่ผม ให้คิ้วชี้ไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากที่กันคิ้วให้สวยได้รูปแล้ว ให้ใช้หวีแต่งคิ้วร่วมด้วยก็ได้

8. เพิ่มความชุ่มชิ้นให้กับใบหน้า
เพราะวาสลีน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดสิว เพราะฉะนั้นสาวๆ จึงวางใจได้ว่าทาแล้ว หน้าจะไม่เป็นรอยแดงจากสิว เหมาะกับการใช้พกระหว่างวัน จะเอาไว้ทาปาก ทาเฉพาะจุด ตรงไหนของร่างกายก็ได้หมด ถือเป็นสิ่งที่ผูหญิงทุกคนควรมีติดตัว

9. ป้องกันผิวหน้าเมื่อต้องไดร์ผม
บางคนอาจยังไม่รู้ ว่าเวลาไดร์ผมแต่ละครั้งผิวหน้าของเราต้องเผชิญอันตรายจากความร้อนของไดร์เป่าผม มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในส่วนไรผม ทั้งหน้าผากและข้างๆ แก้มทั้งสองด้าน ลองทาวาสลีนเคลือบบางๆ ที่ผิวก่อนไดร์ผม มันจะช่วยปกป้องผิวจากความร้อน ไม่ให้แห้งและระคายเคืองได้

10. ปกป้องผิวจากแสงแดด
ในกรณีที่ลืมพกครีมกันแดดติดตัว ให้ใช้วาสลีนทาผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวไหม้ แห้ง แตก เป็นรอยแดงเพราะถูกแดดเผา เพราะเจ้าตัววาสลีนนี้ จะช่วยล็อคความชื้นให้อยู่ในผิว ไม่ให้ระเหยออกไปเมื่อถูกแสงแดด

11. ใช้ทำสครับปาก แบบ DIY
คนที่ไม่ชอบซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพง อาจชื่นชอบวิธีการ DIY ทำผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมาใช้เองอย่างง่ายๆ และวาสลีนก็เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ในการทำผลิตภัณฑ์สครับปากที่เยี่ยมยอดซะด้วย นำวาสลีนมาผสมกับน้ำตาลให้เข้ากัน ก็สามารถสร้างลิปสครับเพื่อปากที่เนียนสวย ไม่แห้งแตกได้แล้ว

12. ทำให้เรียวขาดูเงางาม
เคยสังเกตรึเปล่าว่าเหล่านางแบบในเวทีแฟชั่นโชว์ รวมไปถึงนักร้องสาว ที่ใส่กระโปรง กางเกงสั้นบนเวที ทำไมถึงได้มีเรียวขาที่เซ็กซี่เกินบรรยาย เคล็ดลับของพวกเธอ ก็คือการเพิ่มความเงางามที่เรียวขานี่เอง! ทำแบบนี้แล้วเรียวขาจะดูเพรียวแล้วก็เซ็กซี่ขึ้นมาก เมื่อต้องแสงไฟ

13. ป้องกันผิวแตกลาย
ผิวแตกลายส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดกับคนที่มีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นคนท้องที่เพิ่งคลอดลูกเสร็จ หรือว่าคนที่ลดน้ำหนักได้ทีเดียวหลายกิโล แก้ปัญหาการเกิดผิวแตกลายนี้ด้วยวาสลีน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น

14. ทำให้หนังนิ่มลงเมื่อไปทำเล็บ
คนที่ชอบเข้าร้านทำเล็บก็น่าจะรู้ว่าขั้นตอนการตัดหนัง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว บางร้านอาจมีผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้ผิวหนังรอบๆ เล็บนิ่มลง แต่บางร้านก็ใช้วาสลีนเป็นตัวช่วยแทน

15. ทำให้ผมตรง ไม่ชี้ฟู
สำหรับคนที่อยากให้ผมตัวเองเหยียดตรงเป็นทรงสวยงาม ไม่ชี้ไปมาระหว่างวัน ลอใช้วาสลีนจำนวนเพียงเล็กน้อยถูกที่ฝามือ และลูบลงกับผม จะช่วยจัดระเบียบเส้นผม ไม่ให้แตกแถวได้ แต่ต้องระวังอย่าใช้มากจนเกินไป และเผลอไปถูตรงส่วนโคนผม เพราะเราจะดูเป็นคนผมมัน ไม่ได้สระผมหลายวันไปโดยปริยาย

ขอบคุณแหล่งที่มา  http://www.lady108.com

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

กฎการพนันออนไลน์ – คุณต้องรู้อะไรบ้าง

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง มันจะง่ายที่จะสมมติว่าการพนันออนไลน์เป็นแนวคิดง่าย ๆ แต่ก่อนที่คุณจะลองคุณควรทราบกฎการพนันออนไลน์บางอย่าง โชคดีที่มีกฎไม่มากเกินไปสำหรับการพนันที่คาสิโนออนไลน์ แต่มีสองข้อที่มีความสำคัญมาก เล่นบาคาร่าให้ได้เงินทุกวัน

หนึ่งในกฎการพนันออนไลน์ จุดอ่อนบาคาร่า ที่สำคัญที่สุดคือผู้เล่นทุกคนต้องมีอายุ 18 ปีก่อนจึงจะสามารถเล่นได้ที่คาสิโนออนไลน์ กล่าวง่ายๆถ้าคุณยังอายุ 18 ปีคุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่น
หากคุณต้องการเดิมพันด้วยเงินที่คาสิโนบนอินเทอร์เน็ตคุณจะต้องเปิดบัญชีเงินออนไลน์และฝาก สูตรเล่นบาคาร่าให้ใช้ฟรี เป็นวิทยาทาน เงินสดไว้ หากคุณไม่สามารถทำเช่นนี้คุณจะสามารถเข้าถึงเกมฟรีเท่านั้น วิธีการฝากเงินจะแตกต่างกันไปตามคาสิโนออนไลน์ที่แตกต่างกันดังนั้นควรตรวจสอบกฎกติกาก่อนเล่นในกรณีที่คุณไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ วิธีเล่นบาคาร่า sbobet
กฎหมายการพนันออนไลน์ของสหรัฐอเมริกามีความคลุมเครือมากซึ่งหมายความว่าคาสิโนบางแห่งไม่อนุญาตให้ผู้เล่นสหรัฐฯเข้าร่วมในเกมของพวกเขา ตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขก่อนที่คุณจะเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินหากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
กฎการพนันออนไลน์ที่ควบคุมโบนัสผู้เล่นใหม่จะแตกต่างกันไปตามคาสิโนออนไลน์ดังนั้นให้ตรวจสอบการพิมพ์เล็ก ๆ ก่อนที่คุณจะเล่น วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย
โปรดจำไว้เสมอว่ากฎการพนันออนไลน์นั้นส่วนหนึ่งมีไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคุณตราบใดที่คุณปฏิบัติตามกฎเหล่านั้นคุณยังคงสามารถเล่นการพนันออนไลน์ได้อย่างสนุกสนาน

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง มาเล่นที่ i99win Online Casino วันนี้เพื่อสนุกกับเกมการพนันมากมาย เป็นอุตสาหกรรมบันเทิงที่เฟื่องฟูช่วยให้ผู้คนสามารถเล่นการพนันออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

สุดยอดอาหารล้างพิษในร่างกาย

เมื่อพูดถึงการล้างพิษในร่างกายนั้น อาหารจัดได้ว่าเป็นยาที่ดีที่สุด คุณจะแปลกใจว่าในอาหารโปรดหลายชนิดนั้นช่วยล้างพิษในร่างกายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ลำไส้ ไต หรือผิวพรรณ ทั้งยังช่วยป้องกันการก่อตัวของสารพิษได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังปกป้องสารพิษจากมลภาวะรอบตัว การเสพติดอาหาร ควันบุหรี่มือสอง รวมไปถึงสารพิษชนิดอื่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารผลไม้อร่อยๆ ผักสด ถั่ว และน้ำมันชนิดต่างๆ ดังนี้

1. แอปเปิ้ล
เพราะในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดที่สามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายได้ ช่วยกำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางลำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก

2. อะโวคาโด
เรามักจะคิดแค่ว่าอะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความจริงแล้วอะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน ช่วยต้านทานสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆ ได้

3. บีทรูท (ผักกาดแดง)
ในหัวบีทรูทนั้นมีสารประกอบตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม

4. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบำบัดที่ทรงพลังอีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้นมีแอสไพรินตามธรรมชาติที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมองได้ด้วย

5. กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีมีสาระต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมากช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้

6. ขึ้นฉ่าย
ทั้งขึ้นฉ่ายและเมล็ดขึ้นฉ่ายต่างก็ช่วยดีท๊อกซ์เลือดได้อย่างดีเยี่ยม มีสารต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด ช่วยล้างพิษเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นมีสารต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบในควันบุหรี่ออกไปได้

7. แครนเบอร์รี่
ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะในแครนเบอร์รี่นั้นมีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้านไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก

8. เมล็ดลินิน
อุดมไปด้วยกรดไขมันสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งเมล็ดลินินและน้ำมันเมล็ดลินินต่างก็สำคัญต่อการทำความสะอาดระบบต่างๆ ตลอดทั้งร่างกายได้

9. กระเทียม
ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในลำไส้และไวรัสต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเลือดและลำไส้ กระเทียมช่วยล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้านมะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยล้างพิษจากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการขับสารพิษออกจากปอดและไซนัส เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)
เกรปฟรุต
ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากเส้นใยเพคตินที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงช่วยทำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับโลหะหนักและนำพาออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีสารที่ช่วยต้านไวรัสจึงขจัดไวรัสที่ทำอันตรายออกไปได้ เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ล้างพิษที่ยอดเยี่ยมสำหรับลำไส้และตับเลยทีเดียว

11. ผักคะน้า
ผักคะน้านึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างสารพิษออกไปจากร่างกายได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดทางเดินอาหาร คล้ายๆ กับกระหล่ำปลีนั่นเอง คะน้ายังทำให้สารที่พบในควันบุหรี่มีความเป็นกลาง และยังช่วยล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12. พืชตระกูลถั่ว
เพิ่มถั่วที่ปรุงสุกแล้วลงไปในอาหารมื้อต่อไปของคุณ มันเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด พืชตระกูลถั่วยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วยนะ

13. เลมอน
เลมอน
เลมอน
จัดเป็นสารล้างพิษตับชั้นเยี่ยม ในเลมอนประกอบไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อนำไปผลิตสารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน กลูต้าไธโอนช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีอันตรายต่างๆ บีบน้ำเลมอนสักลูกผสมกับน้ำสะอาดแล้วดื่มทุกวันเป็นประจำช่วยล้างพิษในร่างกายได้

14. สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่มักจะถูกละเลยในโลกตะวันตก จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัย McGill ในมอนทรีออล พบว่าสาหร่ายทะเลช่วยดักจับสารกัมมันตรังสีในร่างกายได้ อีกทั้งยังดักจับโลหะหนักแล้วขจัดออกไปจากร่างกาย นอกเหนือจากนี้ในสาหร่ายทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมากด้วย

15. ผักวอเตอร์เครส (สลัดน้ำ)
ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วยการนำไปทำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนี้เพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวันจะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่าระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.health-th.com

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียกน้ำผึ้งพอกหน้า

สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง สูตรนี้มีสรรพคุณหลายด้านทั้งเรื่องลดการเกิดสิว ลดความมัน ลดสิวอักเสบ รอยหมองคล้ำ เพราะในมะขามเปียกมีสาร AHA วิตามินซี ที่ช่วยปรับสมดุลผิวหน้าเช่นกัน อีกทั้งในน้ำผึ้งยังเป็นสารที่ลดการก่อตัวของเชื้อโรคจึงลดการเกิดสิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งหรืออักเสบ

วิธีทำ ให้นำเนื้อมะขามเปียกพอประมาณผสมน้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันพอหนืดนำมาพอกหน้า 5-10 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวที่ตาย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าใส แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวหน้ามีแผล หรือมีสิวอักเสบ เพราะจะแสบผิวมาก

สูตรพอกหน้าลดความมันทุกสูตรทั้งมะนาว มะเขือเทศ มะขามต่างมี AHA (Alpha Hydroxy Acids) และ BHA (Beta Hydroxy acid) ซึ่งเป็นกรดผลไม้อย่างอ่อนที่ช่วยลดความมันบนผิวหน้า

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.pikool.com

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

หน้าใสด้วยมะขามและน้ำผึ้ง

สูตรพอกหน้าใสเร่งด่วน ด้วยสูตรการพอกหน้าใกล้ตัวจากธรรมชาติ การพอกหน้าหรือมาส์กหน้าเป็นหนึ่งในวิธีบำรุงดูแลผิวหน้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชื่นชอบและมักจะทำกันเป็นประจำ เนื่องจากใช้เพียงแค่วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในบ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคอร์สความงามนอกบ้านอีกด้วย สิ่งที่สำคัญก็คือสูตรพอกหน้าเหล่านี้มีความปลอดภัยสูง เพราะมาจากธรรมชาติแท้ๆ

สูตรพอกหน้า ด้วยมะนาว มะขามเปียก และน้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้า สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก จึงทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้เนื้อมะขามเปียกปริมาณ 1 กำมือที่แยกเอาเส้นใยและเม็ดออก ผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.patcharapa.com

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

 สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

 

สุดยอดถุงยางอนามัยอัจฉริยะ

วัยรุ่นอังกฤษได้คิดไอเดียสุดเจ๋ง ถุงยางอนามัยที่สามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อสัมผัสกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งสัญญาณเตือนภัยคู่รักให้รู้ตัวก่อนแพร่เชื้อกามโรค

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้ประมาณการว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกือบ 20 ล้านคน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าคู่นอนเป็นโรคติดต่อมาก่อนแล้ว โดยเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษ 3 คน นามว่า Daanyaal Ali อายุ 14 ปี, Muaz Nawaz อายุ13 ปี และ Chirag Shah อายุ 14 ปี มีความคิดที่ต้องการลดความเสี่ยงและหวังให้ตัวเลขของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหลือน้อยลง จึงช่วยกันคิดค้นถุงยางอัจฉริยะขึ้น

แนวคิดถุงยางอัจฉริยะนี้มีชื่อเรียกว่า S.T.EYE นวัตกรรมใหม่สำหรับตรวจจับ STI หรือ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ และสามารถตรวจสอบกามโรคต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องทำตามขั้นตอนที่น่ากลัว

ในทางทฤษฎี ถุงยางอนามัย S.T.EYE จะผสมโมเลกุลลงไปในตัวยาง ซึ่งจะเรืองแสงเมื่อสัมผัสกับเชื้อโรคที่แตกต่างกัน โดยถุงยางจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสำหรับโรคหนองในเทียม, สีเหลืองสำหรับโรคเริม, สีม่วงสำหรับคนที่เชื้อ HPV และสีน้ำเงินสำหรับโรคซิฟิลิส

เป็นไปตามคาดไอเดียถุงยางอนามัยสุดเจ๋งนี้ได้รับ รางวัลประเภทสุขภาพ จาก TeenTech Awards เวทีโชว์ศักยภาพและคว้าโอกาสสำหรับเด็กอายุ 11 – 16 ปี ของประเทศอังกฤษ คว้าเงินรางวัลไป 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 48,000 บาท แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่ เช่น ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าโรคดังกล่าวเป็นของฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง และหากเป็นพร้อมกันหลายโรคถุงยางจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจจากบริษัทผลิตถุงยางรายใหญ่หลาย ๆ เจ้า และมีการติดต่อขอนำไอเดียไปพัฒนาต่อยอดแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://men.kapook.com

เปลี่ยนปากดำให้ชมพูได้ง่ายมาก

เปลี่ยนปากดำให้ชมพูได้ง่ายมาก

เปลี่ยนปากดำให้ชมพูได้ง่ายมาก

เปลี่ยนปากดำให้ชมพูได้ง่ายมาก

เปลี่ยนปากดำให้ชมพูได้ง่ายมาก

ปากดำ
สาว ๆ จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาริมฝีปากดำคล้ำ ทั้งที่เป็นมาตั้งแต่เกิดและที่เพิ่งเป็นในภายหลัง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดมาจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ หากดูแลไม่ดีพอหรือแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ริมฝีปากก็จะยิ่งดำคล้ำลงไปมากกว่าเดิม จนบั่นทอนความงามของใบหน้าและทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง จึงทำให้เจ้าตัวต้องมองหาวิธีแก้ไขให้กลับมาสวยอีกครั้ง วันนี้เราจึงมีวิธีเด็ด ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาปากดำคล้ำให้กลับมาอมชมพูและเนียนนุ่มมาฝากกัน….แล้วคุณจะรู้ว่าปากดำ แก้ได้ไม่อยากอย่างที่คิดเลย

สาเหตุของริมฝีปากดำคล้ำ
กรรมพันธุ์ สีของริมฝีปากตามปกติแล้วจะมีตั้งแต่สีชมพู สีแดง ไปจนถึงสีคล้ำ ซึ่งเหล่านี้เป็นลักษณะเฉพาะบุคคลที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ เช่น คนผิวคล้ำมักจะมีริมฝีปากเข้มกว่าคนผิวขาว เป็นต้น
วัยที่มากขึ้น ริมฝีปากอาจเริ่มคล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับสีผิวของร่างกาย ซึ่งผ่านอาหาร เครื่องดื่ม ยาสีฟัน ลิปสติก แสงแดด และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ปากดำคล้ำได้
พฤติกรรมส่วนตัว เช่น การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ สูบบุหรี่จัด เป็นต้น
แสงแดด สาเหตุริมฝีปากคล้ำอาจเกิดมาจากแสงแดดที่ทำให้ปากดำคล้ำขึ้นคล้าย ๆ กับผิวหนังที่โดนแสงแดดอยู่บ่อย ๆ ก็ได้ แต่เราสามารถป้องกันริมฝีปากคล้ำจากสาเหตุนี้ได้โดยเลือกใช้ลิปสติกสูตรกันแดด แต่หากคุณแพ้ลิปสติกหรือแพ้อาหาร เมื่อไปเจอแสงแดดก็อาจจะยิ่งทำให้ปากดำคล้ำมากขึ้น
การแพ้ลิปสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิปสติกราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน หรือลิปสติกที่มีคุณภาพดี ยี่ห้อดัง ก็อาจทำให้บางคนแพ้ได้เช่นกัน ซึ่งโดยมากแล้วมักจะเกิดจากการแพ้น้ำหอม สี หรือสารกันเสียที่มีอยู่ในลิปสติก
อุณหภูมิ อีกสาเหตุหนึ่งที่อาจมีผลทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ช่วงอากาศหนาวเย็น ปากของคุณอาจจะมีสีคล้ำซีด เพราะเส้นเลือดเกิดการหดตัวและมีสีดำมาคั่งค้างมากกว่าปกติ แต่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว จึงไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก
ผู้ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ เช่น เลือดจาง เจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะฟื้นไข้ ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลมาเลี้ยงริมฝีปากมีน้อยลง นานวันเข้าปากก็จะแสดงความไม่สมบูรณ์ออกมา จึงทำให้ปากดูซีดเซียว หรืออีกประการหนึ่ง ในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจที่เลือดมีความเข้มข้น ก็อาจส่งผลทำให้ริมฝีปากดูคล้ำกว่าคนปกติได้
ยาบางชนิด เช่น เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาเชื้อรา ยารักษาโรคภูมิแพ้ หรือยารักษาหวัด ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ได้
ผักผลไม้บางชนิด เช่น ขิง ขึ้นฉ่าย ผักชี หอม กระเทียม และผลไม้รสเปรี้ยวจำพวกส้ม สับปะรด มะม่วง มะขาม ฯลฯ เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีสารที่ชื่อว่า โซราเลน (soralen) ที่อาจตกค้างตามริมฝีปากหลังรับประทาน ถ้าสารเหล่านี้สัมผัสกับสารอัลตราไวโอเลตในแสงแดด ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้ริมฝีปากอักเสบและมีการกระตุ้นการสร้างเซลล์ให้สร้างเม็ดสีออกมามาก จนทำให้ริมฝีปากดำคล้ำ
วิธีแก้ปากดํา
หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ปากดำ โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุของปากดำคล้ำมักมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลียริมฝีปากบ่อย ๆ สูบบุหรี่เป็นประจำ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเลยจะดีกว่าค่ะ ที่สำคัญก็คือคุณต้องพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกแท่งที่ทำให้เกิดการแพ้ ทาลิปสติกที่มีสารกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด ส่วนก่อนนอนก็ให้ทาลิปบำรุงให้ชุ่มชื่น งดการใช้ยาสีฟันที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เมื่อรับประทานผักผลไม้ อาหาร หรือของหวาน ก็ควรล้างริมฝีปากตามหลังทุกครั้ง ส่วนการล้างหน้าก็ให้เน้นล้างที่ริมฝีปากไปด้วยพร้อมกับเช็ดปากให้สะอาด เป็นต้น หากสังเกตว่าแพ้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปากก็ควรหยุดใช้ทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแทน

ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ แม้จะฟังดูง่ายเกินไป แต่มีผลจริงค่ะ เพราะการดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ โดยค่อย ๆ จิบน้ำไปเรื่อย ๆ ทีละนิดระหว่างวัน จะช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นได้ รับรองว่าสภาพผิวและปากจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่หน้าหมองก็จะกลับมาหน้าใส ใครที่ใต้ตาคล้ำอาการก็จะดีขึ้น และใครที่ปากดำคล้ำไม่มีชีวิตชีวาก็จะดูดีขึ้น
ไม่ควรลองผิดลองถูก ไม่ว่าจะเป็นการหาซื้อยามาทาเอง แม้จะมีการโฆษณาบนสื่อโทรทัศน์ ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่า ผลเสียอาจจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือเกิดผลเสียในระยะยาวก็เป็นได้ แต่หากคุณมีอาการไม่สบายอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุ เมื่อพบแล้วก็จะได้ทำการรักษาในแนวทางที่ถูกต้องต่อไป
ใช้แปรงสีฟันเป็นตัวช่วย หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว ให้คุณใช้แปรงสีฟันค่อย ๆ ถูไปมาแบบเบา ๆ บริเวณริมฝีปากทั้งบนและล่างเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการช่วยขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วออกไป ให้เผยผิวใหม่ทำให้ปากดูอมชมพูมากขึ้น หลาย ๆ คนทำวิธีนี้ไม่ถึงเดือนก็เห็นผลถึงความแตกต่างแล้ว ส่วนสูตรเด็ดของพันทิปจะแนะนำให้แปรงไปพร้อม ๆ กับตอนแปรงฟันเลย คือแปรงฟันเสร็จแล้วก็แปรงริมฝีปากต่อทั้ง ๆ ที่ยังมียาสีฟันติดอยู่นั่นแหละ ครั้งละประมาณ 1-2 นาที โดยยาสีฟันที่ จขกท. ใช้ก็คือ ฟลูโอคารีล สูตรชาเขียว ส่วนอีกคนก็แนะนำพาโรดอนแทกซ์ เพราะใช้แปรงแล้วปากดูอมชมพูขึ้น) ไปลองใช้ลองทำกันดูนะ อ้อ…แล้วอย่าลืมทาลิปมันหรือวาสลีนตามด้วยทุกครั้งนะคะ
สครับริมฝีปาก คุณจะเลือกใช้สครับขัดปากที่มีขายอยู่ทั่วไป หรือจะเลือกใช้สครับขัดปากสูตรธรรมชาติก็ได้ โดยสูตรแรกนั้นให้คุณใช้น้ำผึ้ง น้ำตาล และวาสลีน อย่างละ ½ ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำไปนวดวนให้ทั่วริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดออก สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ดำคล้ำออกไป ทำให้ปากกลับมามีสีแดงระเรื่อเนียนนุ่มอย่างทันตาเห็น ส่วนอีกสูตรให้ใช้ น้ำมะนาว น้ำนม และน้ำตาล อย่างละ ½ ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำมาทาพร้อมกับนวดวนให้ทั่วปาก หรืออาจใช้สำลีชุบแล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก็ได้ (ส่วนใครที่มีปากที่แผลควรหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด) โดยทั้งสองสูตรนี้ให้ทำแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ทินท์ทาปาก (Tint) การทาปากโดยใช้ทินท์นั้นนอกจากจะทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีราวกับเลือดฝาดตอนแรกสาวแล้ว ยังดูเหมือนไม่ได้เป็นการตั้งใจทาปากมากจนเกินไป เพราะริมฝีปากจะดูชมพูหรือแดงระเรื่อดูใส ๆ แอ๊บ ๆ ไร้เดียงสา (นึกถึงอั้ม-พัชราภาขึ้นมาทันใด) ซึ่งทินท์ในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ส่วนการใช้ก็เพียงแตะเบา ๆ เพียงนิดเดียว จากรีวิวนี้เป็นยี่ห้อ Mistine Magic Secret By Aum Moisture Shine Lip and Tint ราคาประมาณ 150-170 บาท แต่ถ้าใครที่มี Tint อยู่แล้ว ก็ให้ใช้ Tint ก่อนแล้วค่อยทาลิปกลอสตามบาง ๆ เพียงเท่านี้ริมฝีปากของคุณก็จะมีสีอมชมพูแล้วล่ะ
ทินท์ทาปากส่วนการทาปากให้ได้แบบอั้ม-พัชราภา ก็ไม่ยากเลยค่ะ โดยเริ่มจากต้องลงลิปบาล์มเพื่อบำรุงริมฝีปากก่อน จากนั้นก็ซับลิปบาล์มออกเบา ๆ เพื่อไม่ให้เยิ้มจนเกินไป ในกรณีสาวคนใดที่ปากดำคล้ำแนะนำให้ทาคอนซีลเลอร์หรือบีบีครีมบาง ๆ เพื่อกลบสีปากเดิม เพื่อช่วยทำให้เห็นสีทินท์เด่นชัดขึ้น ชั้นตอนต่อมาก็ให้แบ่งริมฝีปากออกเป็น 3 ส่วน และใช้ทินท์ทาเข้าไปข้างในปาก จากนั้นหาลิปสีนู้ดป่วย ๆ มาทาทับเบลนด์สีให้กลืน (ห้ามใช้ลิปสี) จากนั้นให้ใช้ลิปกลอสหรือลิปบาล์มมาทาทับทั้งด้านบนด้านใน ^^
การทาปาก
ดินสอเขียนขอบปาก สำหรับคนที่ไม่ชอบใช้ทินท์ เพราะทำให้ปากแดงมากจนเกินไป คุณอาจใช้ดินสอเขียนขอบปากโทนสีธรรมชาติ แนะนำของ Chanel และ Bobbi Brown นำมาเขียนขอบปากเบา ๆ ให้พอเห็นสีเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยอำพรางขอบปากซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ปากดูคล้ำมากที่สุด แล้วจึงค่อยเติมลิปกลอสตามปกติ
ทาลิปสติก เป็นการทำให้รอยดำคล้ำดูจางลงด้วยการทาลิปสติกที่มีส่วนผสมของเอเอชเอหรือจำพวกไวเทนนิ่งเป็นประจำ แต่หลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกที่มีความมันวาวมาก ๆ เพราะจะเป็นตัวดูดกลืนแสงทำให้ปากดูคล้ำมากขึ้น ส่วนรูปด้านล่างเป็นวิธีการทาลิปสติกสำหรับคนปากคล้ำค่ะ โดยเริ่มจากการทาคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นที่เข้ากับสีผิวให้ทั่วริมฝีปาก จากนั้นให้เลือกลิปสีที่ชอบนำมาทาบริเวณด้านใน แต่ถ้าอยากได้ลุคสาววัยทำงานก็ทาให้ทั่วริมฝีปาก (แต่ถ้าใครกลัวว่าการทาคอนซีลเลอร์จะทำให้ทาลิปสติกได้ยากและมองไม่เห็นขอบปาก จะเปลี่ยนไปใช้ดินสอเขียนขอบปาก เขียนก่อนทาลิปสติกก็ได้) ทาลิปบาล์ม ลิปแคร์ เป็นประจำทุกวัน ยิ่งในช่วงหน้าหนาวก็ควรจะทาบ่อยขึ้น เพราะริมฝีปากมักจะแห้งแตกและลอกเป็นขุยได้ง่าย โอกาสที่จะแพ้สารต่าง ๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้น โดยลิปบาล์มหรือลิปแคร์ที่ดีนั้นมักจะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก เช่น วิตามินอี ลาโนลิน ว่านหางจระเข้ Dumethicone ฯลฯ มีหลายยี่ห้อเลยค่ะที่จะแนะนำให้ลอง

ลเซอร์ปากชมพู เช่น การยิงเลเซอร์แบบจำกัดเม็ดสี Q-Switched Nd : YAG Laser (Medlite C6), แสงเลเซอร์ทับทิม (Ruby Laser) โดยแสงเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีผิว เวลาทำเลเซอร์แต่ละครั้งมักใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง หลังทำจะรู้สึกร้อน แต่พอป้ายยาที่แพทย์สั่งให้แล้วจะรู้สึกดีขึ้น ส่วนจำนวนครั้งในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับความเข้มของสีผิวที่ริมฝีปาก แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะทำประมาณ 2-3 ครั้ง ส่วนการดูแลหลังทำ คุณควรเลี่ยงการใช้ลิปสติกหรือขี้ผึ้งทุกชนิด ให้ใช้เพียงยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้เท่านั้น นอกจากนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด ไม่ใช้ยาสีฟันที่มีรสเข้มหรือรสเผ็ดจัด ฯลฯ จากรูปด้านล่างเป็นการทำด้วย RM Laser เป็นรูปก่อนทำและหลังทำครั้งที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ราคาการทำคอร์สหนึ่ง ประมาณ 5,000-10,000 บาท หลังทำครั้งแรกก็เริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแล้ว

สักปากชมพู สามารถเลือกสีได้ตามใจชอบ หลังเลือกสีแล้วช่างสักก็จะทายาชา พร้อมกับเอา Plastic Wrap มาปิดไว้ เมื่อสักไปแล้ว ช่วงแรกสีจะยังไม่เป็นแบบที่เราต้องการ ให้รอปากปรับสภาพและผลัดเซลล์ก่อน ซึ่งบางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ส่วนราคาการทำก็พอ ๆ กับการทำเลเซอร์ หรืออาจแพงกว่าด้วยซ้ำ

ขอบอกเลยว่า เคล็ดลับที่นำมาฝากกันในวันนี้ หากคุณนำไปปฏิบัติตามแล้ว ก็ควรทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณได้มีริมฝีปากอมชมพูเนียนนุ่มและอยู่กับคุณไปนาน ๆ นะค้ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

เปลี่ยนนิสัยการนอนดึกขั้นสุด!

เปลี่ยนนิสัยการนอนดึกขั้นสุด!

 

เปลี่ยนนิสัยการนอนดึกขั้นสุด!

วิธีดูแลตัวเองของคนนอนดึก

หลายคนที่นอนดึกเป็นประจำอาจจะตั้งกฎกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะนอนให้เร็วขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ถ้าทำไมได้ล่ะ เราจะทำอย่างไรดี ปล่อยเลยตามเลยคงไม่ดีแน่

อันที่จริงแล้ว การนอนดึกไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน เพราะการนอนของคนเราก็ไม่ต่างอะไรกับการชาร์จแบตฯ ให้ร่างกาย (ก็แหม…โทรศัพท์ยังต้องชาร์จไฟและคนเราจะไม่ชาร์จไฟให้ร่างกายบ้างเลยเหรอ) เราเลยมีวิธีการดูแลตัวเองสั้น ๆ ง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องนอนดึกเป็นประจำมาฝากกัน

1. ง่วงก็นอนเลย

ทันทีที่ร่างกายรู้สึกง่วง แต่อยากจะเล่นเฟซต่อ ขอร้องว่าอย่าฝืน แนะนำว่าให้นอนเลย ที่สำคัญควรจะนอนให้ได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน เพราะเป็นจำนวนเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างพอเหมาะ

2. ออกกำลังกายเล็ก ๆ เมื่อตื่น

บางคนตื่นปุ๊บหยิบมือถือมาเช็กเฟซบุ๊กก่อนเลย ใจเย็น ๆ ออกกำลังกายเบา ๆ กันก่อนไหม เหมือนวอร์มอัพร่างกายให้ตื่นตัว แต่อย่าถึงขั้นวิ่ง 100 เมตร หรือฟิตเนสจริงจัง แค่ลุกนั่งหรือวิดพื้นนิดหน่อยเป็นพอ แล้ววันนั้นทั้งวันคุณจะสดชื่นกว่าที่เคย

3. กินอาหารที่มีประโยชน์

ยิ่งนอนดึกยิ่งทำให้สมองล้า เรายิ่งต้องกินอาหารที่บำรุงสมอง อย่างอาหารที่มีโคลีน  ช่วยป้องกันความจำเสื่อม พบได้ง่ายในถั่วเหลือง ไข่แดง และเนื้อสีขาว เช่น เต้าหู้ เนื้อปลา อกไก่ และไข่ขาว ซึ่งช่วยสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนที่นอนดึก ส่วนไข่แดงมีไบโอติน  ที่ช่วยบำรุงสมอง และกาบ้า ที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีอยู่ในข้าวกล้องงอกและธัญพืช รวมถึงวิตามินบีที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัว ที่สำคัญคือดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพราะการนอนดึกทำให้สมองขาดน้ำ ซึ่งสมองเป็นส่วนที่้ต้องการน้ำไปหล่อเลี้ยงมากที่สุด

4. งดกาแฟ

สมมติว่างานไม่เสร็จ อย่าแก้ปัญหาด้วยการดื่มกาแฟ แต่ให้ดื่มดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้แทน เพราะในโกโก้มี “ฟลาโวนอยด์”สารช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองด้ดี และไม่มีคาเฟอีน

5. กินวิตามินแก้เครียด

ยามเราอดนอนระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล จะทำงานไม่ปกติ ทำให้เกิดความเครียดแบบลึก ๆ ต่อให้เป็นคนตลกแค่ไหน แต่ร่างกายมันก็เครียด จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินซี ถ้าตื่นเช้ามากินข้าวกล้อง กินผัก ผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ ได้ทุกวันยิ่งดี

ทั้ง 5 วิธีนี้คือการดูแลตัวเองง่าย ๆ ถ้าจำเป็นต้องนอนดึกจริง ๆ ทางที่ดีคือเราควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดโรคภัย และลดความเสื่อมของร่างกายจะได้แข็งแรงไปนาน

คุณรู้หรือไม่?

น้ำตาลในเลือดสูงเพราะนอนน้อย : มหาวิทยาลัยชิคาโก และมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้ทำการวิจัยเรื่องเบาหวาน และพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 23% ขณะเดียวกัน ระดับอินซูลินก็ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วถึง 48% ด้วย แต่ถ้านอนหลับอย่างเพียงพอก็จะลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้อย่างง่ายดาย

นอนน้อยเสี่ยงมะเร็งเต้านม : การวิจัยของมหาวิทยาลัย Tohoku ที่ญี่ปุ่น ได้เก็บข้อมูลจาก 24,000 คน พบว่า ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 40-79 ปี ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีโอกาส 62% ที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ขณะที่คนที่นอนมากกว่า 9 ชั่วโมง มีความเสี่ยงน้อยกว่าถึง 28%

รู้ไหมว่า ใบบัวบก มีสรรพคุณลดภาวะการอักเสบของร่างกายจากการนอนดึก วิธีที่ดีที่สุดคือ การเคี้ยวกินทั้งใบสด ๆ หรือปั่นผสมน้ำแล้วดื่ม

ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 60 ปีที่นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า

คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน เฉลี่ยแล้ว 47% มีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com

ดูบอลออนไลน์ ปารีส

ดูบอลออนไลน์ ปารีส ดูบอลออนไลน์ ฟรี

ดูบอลออนไลน์ ปารีส เว็บไซด์รายงานข่าวสาร ผลบอลสด

ดูบอลออนไลน์ ปารีส ดูบอลสด และ ดูบอลออนไลน์ ผ่านเน็ตฟรี ดูบอลออนไลน์แจกฟรีทีเด็ดบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ทีเด็ดฟุตบอลทีเด็ดบอลชุด ทีเด็ดบอลสเต็ประดับ VIP ที่แม่นที่สุดในทุกๆลีกทั่วโลก และยังมีทรรศนะวิเคราะห์บอล ดู บอล สด ปารีส
ทรรศนะบอล ทรรศนะเซียนบอล ทรรศนะบอลวันนี้ให้ท่านได้อ่าน วิเคราะห์บอล วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์บอลคืนนี้จากเหล่าเซียนดัง นอกเหนือจากนั้นยังมีข้อมูล ล้มโต๊ะ บ้านผลบอล เซียนสเต็ป สยามกีฬา สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน
อัพเดทตารางบอล ดู บอล สด ประจวบ ตารางบอลวันนี้ ตารางบอลคืนนี้ ตารางบอลพรุ่งนี้ โปรแกรมบอล โปรแกรมฟุตบอล โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ราคาบอลราคาบอลไหลเช็คราคาบอลราคาบอลวันนี้ราคาบอลสดราคาบอลพรีเมียร์ลีกแถมยังให้บริการ ดูผลบอลเมื่อคืนผลบอลล่าสุดผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษผลบอลวันนี้ ดู บอล สด ซั ป โป โร โอ ซา ก้า
ผลบอลบุนเดสลีกาเยอรมันผลบอลลาลีกาสเปนผลบอลลีกเอิงฝรั่งเศษผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีกผลบอลสดไทยดิวิชั่น1บอลไทยดิวิชั่น2ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกผลบอลสดยูโรป้าลีกและผลบอลสดทั่วโลกอัพเดทตลอดเวลา24ชั่วโมง รับรองทีเด็ดฟุตบอลระเทพVIP ดู บอล สด ซั ป โป โร วัน นี้
ให้เสพข้อมูลฟรีๆและ ชมไฮไลท์ฟุตบอลความคมชัดระดับHD อัพเดททันทีแบบ Realtime ที่ฟุตบอลแข่งจบจากทุกๆลีกทั่วโลก ทำให้แฟนบอลทุกๆท่านจะไม่พลาดทุกช็อตสำคัญของการแข่งขัน ดูบอลผ่านเน็ตดูบอลออนไลน์ ดูบอลสดทุกลีกทั่วโลก
ดูฟุตบอลออนไลน์สามารถติดตาม ตารางคะแนนลาลิกาตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกตารางคะแนนลีกเอิงตารางคะแนนบุนเดสลีกา…